จ่อผุด“พัทยาโมเดล”ดึงจีน-รัสเซีย

“เมืองพัทยา”จ่อผุด“พัทยาโมเดล”ดึงนักท่องเที่ยวจีน-รัสเซียเข้าไทย พร้อมเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนแผน“นีโอพัทยา” ผ่าน7โครงการ ภายใต้กรอบวงเงิน 8 หมื่นล้านบาท

นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยาจ.ชลบุรี กล่าวว่า เมืองพัทยาเตรียมผุด“พัทยาโมเดล”เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มวีซ่าประเภทพิเศษ (Special Tourist VISA : STV) รวมถึงกลุ่มพิเศษอื่นๆ ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19หรือศบค.อนุญาตจากประเทศจีนและรัสเซียซึ่งติด2อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวรวมชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางมาพัทยา ปีละประมาณ18ล้านคน

โดยปีที่แล้วมีชาวจีนเที่ยวพัทยามากเป็นอันดับ1ที่จำนวน3ล้านคน รองลงมาคือ รัสเซียมี 1.1ล้านคน โดยทางบริษัทนำเที่ยวอยู่ระหว่างติดต่อดึงนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียจากเมืองที่มีความเสี่ยงโรคโควิด-19ต่ำให้เข้ามาเที่ยวพัทยาเช่นจากมอสโคว,เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก,กว่างโจว,เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น

“ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างเมืองพัทยากับภาคเอกชนท่องเที่ยวอาทิสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออกและสมาคมแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีเพื่อจัดทำแผนพัทยาโมเดลร่วมกัน”

สำหรับโรงแรมในเมืองพัทยาที่สมัครเข้าร่วมเป็นสถานกักกันทางเลือกของรัฐในต่างจังหวัด (Alternative Local State Quarantine : ALSQ) ขณะนี้มี 13 แห่งผ่านการตรวจประเมินเป็น ALSQ แล้ว 3 แห่ง ได้แก่ โฮเทลเจเรสซิเดนซ์,อวานีพัทยารีสอร์ท,และเบสต์เบลลาพัทยาส่วนอีก10แห่งอยู่ระหว่างเข้ารับการตรวจประเมิน

ทั้งนี้ เมืองพัทยาได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ (กต.)แล้วว่าขอให้พิจารณาออกวีซ่าSTVแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่แจ้งความประสงค์ว่าต้องการเข้ากักตัวที่โรงแรมALSQในเมืองพัทยาเพราะที่ผ่านมาหากนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการเที่ยวพัทยาจะต้องบินลงสนามบินในกรุงเทพฯและเข้าพักกักตัวโรงแรมที่เป็นสถานกักกันทางเลือกของรัฐ(Alternative State Quarantine : ASQ)ในกรุงเทพฯก่อนเท่านั้น

นอกจากนี้ ทางเมืองพัทยายังรอติดตามผลจากรัฐบาลว่าจะอนุญาตให้สนามบินอู่ตะเภารองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มSTVได้เมื่อไรเช่นกันเพราะเป็นอีกแห่งที่มีความพร้อมในการรองรับเที่ยวบินตรงและตรวจหาเชื้อโควิดตามมาตรฐานสาธารณสุขของไทย

นายสนธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนงานและโครงการที่จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาเมืองพัทยาสู่โฉมใหม่หรือ“นีโอพัทยา”ให้เป็นเมืองน่าเที่ยวน่าอยู่อาศัยและน่าลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงปี2564-2565มีด้วยกัน7โครงการรวมวงเงินงบฯดำเนินการกว่า 8 หมื่นล้านบาท

อาทิ โครงการบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมแบบเบ็ดเสร็จภายใต้กรอบวงเงินงบฯ แบบบูรณาการจำนวน1.78 หมื่นล้านบาท,โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียจากวันละ1แสนลูกบาศก์เมตรเป็นวันละ3แสนลูกบาศก์เมตรวงเงินงบฯ750ล้านบาท เป็นต้น

  • เช็ครายชื่อ! 'สพฐ.' แต่งตั้งโยกย้าย 'ผอ.-รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ' ทั่วประเทศ

  • เตือนปชช.ระวังอุบัติเหตุจากการจุดพลุ ประทัด ช่วงลอยกระทง

  • สธ.-วธ.ฉลอง 'ยูเนสโก' ประกาศ 'นวดไทย' เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม