คลัง-ททท. สรุปมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวสัปดาห์หน้า

คลัง-ททท. สรุปมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวสัปดาห์หน้า

คลังขอให้ ททท. สรุปมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวใหม่สัปดาห์หน้า ขอให้เป็นมาตรการเกิดผลจริง

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังการหารือกับ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ว่า คลังขอให้ ททท.ไปทำสรุปมาตรการกระตุ้นไทยเที่ยวไทยมาเสนออีกครั้งสัปดาห์หน้า โดยมาตรการจะมีผล 4 เดือน ในช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 ช่วงที่ผ่านมา และส่งผลให้ช่วงไตรมาส 4/2563 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น ในการสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางกลับมาเที่ยว เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้ แนวทางที่ ททท.เสนอ คือ

1. สนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เดินทางไปเที่ยว ประมาณ 1.2 ล้านคน เป็นการให้รางวัล ตอบแทนจากที่ทำงานในช่วงโควิดที่ผ่านมา

  • ปัตตานีไฟเขียวเปิดเรียนตาดีกา-ปอเนาะ1ก.ค.63คุมเข้มป้องกันโควิด-19
  • “JCB” ปรับเกมสู้วิกฤตโควิด -19 ลุยตลาดออนไลน์

2. กลุ่มประชาชนทั่วไป หลังจากที่หยุดการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด ซึ่งในช่วง 4 เดือนนี้ ถือว่าใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ จึงต้องมีมาตรการสนับสนุนให้ท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศที่ 4-5 แสนล้านบาท จากรายได้ท่องเทียวทั้งหมด 1.23 ล้านล้านบาท

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ททท.ได้เสนอมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวให้คลังพิจารณาหลายแนวทาง แต่คลังให้กลับไปทำข้อสรุปว่า มาตรการต่างๆ จะส่งผลให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างไร เช่น แนวทางการแจกเงินให้เปล่า การให้วอชเชอร์ส่วนลดที่พักบางส่วน หรือ มาตรการชิมช้อปใช้ ที่เคยแจกเงิน 1,000 บาท ว่าในทางปฏิบัติจะกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวได้อย่างไร ได้เงินไปแล้วมีการเที่ยวจริงหรือไม่ มีการเดินทางข้ามจังหวัด เพราะต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าการใช้งบประมาณ เพราะเงินส่วนนี้มาจาก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า จากนี้การท่องเที่ยวจะต้องเป็นการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่ หรือ เที่ยวแบบ นิว นอร์ม (New Norm) ซึ่งจะต้องขอความร่วมมือประชาชนที่จะออกไปเที่ยว ต้องมีการจองก่อนเที่ยว เพื่อลดความแออัด และไม่ให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เป็นต้นเหตุให้เกิดการระบาดรอบสอง ส่วนกรณีบางแสนในช่วงวันหยุดที่ผ่านมามีคนเดินทางไปมากนั้น เป็นไปตามที่คาดไว้ เพราะเป็นช่วงวันหยุด และเป็นสถานที่ที่ไม่ไกล ดังนั้น ททท.อาจจะต้องมีการหารือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ว่าจะวางแผนรับมือนักท่องเที่ยวจากนี้อย่างไร

ทั้งนี้ถือว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวขณะนี้ ถือว่าดีขึ้นเมื่อพิจารณาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา แม้ว่าบางพื้นที่โรงแรมจะยังไม่เปิดให้บริการ ซึ่งจะเปิดในช่วง ก.ค. แต่บางพื้นที่ที่เปิดแล้วเช่น พัทยา หัวหิน ก็มียอดจองโรมแรมไปแล้วกว่า 70% ซึ่งคนไทยพร้อมที่จะเดินทางไปเที่ยว แต่ก็ต้องระมัดระวัง ให้ท่องเที่ยวแบบนิวนอร์ม เพื่อไม่ให้การระบาดของโควิด-19 กลับมาอีก