ขอ6พันล้าน จ่ายค่าแรงคนละครึ่ง4แสนคน

ขอ6พันล้าน จ่ายค่าแรงคนละครึ่ง4แสนคน

แรงงานท่องเที่ยวลุ้นตัวโก่ง ลุ้นรัฐควัก 6 พันล้าน จ่ายค่าแรงคนละครึ่ง 2 เดือน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาข้อเรียกร้องในการช่วยจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน % ของเพดานสูงสุด , บาท หรือ – (โค-เพย์) ให้กับบุคลากรภาคธุรกิจท่องเที่ยว จำนวน , คน เป็นเวลา เดือน ทั้งนี้รัฐอาจต้องใช้เงินร่วมจ่ายประมาณ , ล้านบาท

โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพลังงาน เพื่อหาข้อสรุปทางออกของข้อเรียกร้อง และความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ด้วย อาทิเช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ( ) เพื่อช่วยพยุงผู้ประกอบการโรงแรมและท่องเที่ยว

ที่ผ่านมานายพิพัฒน์ ได้เข้าหารือกับที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ชุดเล็ก และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาหาแนวทางเปิดใช้โรงแรมและรีสอร์ทเป็นสถานที่กักตัวสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เรียกว่า ในรูปแบบเดียวกับที่ทำในสนามกอล์ฟ ( )

  • ท่องเที่ยวดิ้นสู้ตายหวังโกยเงินปีนี้1.2ล้านล้านบาท
  • ท่องเที่ยวไทยผงาดเหมือนนกฟินิกซ์

โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาสามารถใช้ช่วงเวลาการกักตัวในพื้นที่บริเวณโรงแรมได้ แทนการกักตัวอยู่แต่ภายในห้อง 14 วัน ทั้งนี้จะต้องอยู่ในพื้นที่ที่จำกัดไว้เท่านั้น และหากไม่พบว่ามีเชื้อโควิดก็เดินทางไปท่องเที่ยวต่อได้

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รูปแบบที่ได้หารือไว้นั้นจะยังไม่ได้เอามาใช้ในตอนนี้ เพราะต้องรอสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายและเริ่มมีการฉีดวัคซีนบ้างแล้ว โดยจะเริ่มได้เร็วที่สุด คือ มี.ค. หรือ เม.ย. นี้ และจากการที่เชิญโรงแรมมาร่วมโครงการแบดมินตันที่ไทยเป็นเจ้าภาพที่เพิ่งผ่านพ้นไป ที่มีการทำบับเบิ้ล พบว่ามีการบริหารจัดการที่ดี สามารถนำไปปรับใช้กับโครงการ นี้ได้

เบื้องต้นจะเน้นไปที่โรงแรมที่ผ่านการตรวจสอบจากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว และได้เปิดเป็นสถานที่ และ ทั่วประเทศ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะได้เชิญสมาคมโรงแรมมาร่วมหารือกำหนดแนวทาง และจัดทำรายละเอียดเพื่อพิจารณาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขต่อไป

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ สั่งการให้นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ชะลอการจัดกิจกรรมอีเว้นท์ขนาดเล็กของ ททท. ที่เคยทำเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยว โดยให้รวบรวมงบประมาณการจัดงานที่มีอยู่มาจัดกิจกรรมอีเว้นท์ขนาดใหญ่ (Big Event) ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศแทน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ พร้อมให้จัดทำปฏิทินการท่องเที่ยวใหม่ ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ดีขึ้น