ขสมก.พ้นกฏเหล็ก รุกธุรกิจใหม่ เล็งเปิดประมูลพัฒนาที่ดินอู่บางเขน-มีนบุรี

ขสมก.พ้นกฏเหล็ก รุกธุรกิจใหม่ เล็งเปิดประมูลพัฒนาที่ดินอู่บางเขน-มีนบุรี

ครม.คลายกฏ เปิดทางขสมก.ประกอบธุรกิจอื่น ออกบอนด์ เพื่อการลงทุน จ่อดึงเอกชนพัฒนาพื้นที่อู่บางเขน-มีนบุรี มูลค่าที่ดินรวมเฉียด 1.5 พันล้าน

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งและอำนาจการดำเนินกิจการของขสมก. ให้สามารถประกอบธุรกิจอื่นๆ ออกพันธบัตร(บอนด์)หรือตราสารอื่นใด เพื่อการลงทุนหรือเพื่อประโยชน์แก่กิจการของขสมก.ได้ ตามแผนฟื้นฟูกิจการขสมก.

ทั้งนี้ ขสมก.ได้ดำเนินการศึกษาโครงการพัฒนาการใช้พื้นที่เชิงธุรกิจอู่มีนบุรีและอู่บางเขน โดยพบว่า อู่มีนบุรีมีพื้นที่ 10 ไร่ มีราคาตลาดมีมูลค่า 347 ล้านบาท มีความเหมาะสมในการพัฒนาเป็นอพาร์ตเม้นท์และตลาด ลักษณะการให้สิทธิเอกชนเข้าพัฒนาพื้นที่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ขณะที่อู่บางเขนมีพื้นที่ 11ไร่ 1 งาน 93 ตารางวา มีราคาตลาดมีมูลค่า1,148.25 ล้านบาท มีความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการประเภท ศูนย์การค้า โรงแรม ลักษณะเปิดให้เอกชนประมูลเพื่อลงทุนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารกิจการขสมก.พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้ขสมก.เพิ่มรายได้ให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ลดภาระกับภาครัฐ จำเป็นต้องพัฒนาพื้นที่ในเชิงธุรกิจตามแผนฟื้นฟูกิจการ จึงเห็นควรให้แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา6 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพพ.ศ.2519 นอกจากนี้เพื่อการบริหารจัดการหนี้สินและเกิดประโยชน์ในการชำระหนี้ได้ในระยะยาวจำเป็นต้องออกพันธบัตรเงินกู้ จึงเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา7(7) ในพระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกัน