กสทฯ ลุย ‘เคเบิลใต้น้ำ’ รับนิวนอร์มอล

กสทฯเดินหน้าผนึกภาคีสมาชิกสร้างเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศเส้นใหม่ความยาว 9,400 กิโลเมตร รองรับผู้ให้บริการคอนเทนต์ระดับนานาชาติใน โปรเจค ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์

เขา เสริมว่า ระบบเคเบิลเอดีซีจะช่วยสนับสนุนธุรกิจของผู้ให้บริการคอนเทนต์ระดับนานาชาติ (เนชั่นแนล คอนเทนต์ โพรวายเดอร์) ในพื้นที่โครงการดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์และยังเอื้อต่อเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ 5จี, ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ), บริการคลาวด์, อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที),สมาร์ท ซิตี้และบิ๊ก ดาต้า นอกจากนั้น ยังสอดคล้องกับแผนงานระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพราะระบบเคเบิลเอดีซีมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาสังคม เพื่อสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจของประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระดับโลก

“จากเสถียรภาพของระบบเคเบิลใต้น้ำใยแก้วนำแสงเอดีซีที่จัดสร้างใหม่ จะทำให้การเชื่อมต่อไปยังประเทศต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะผลักดันการเติบโตของธุรกิจในเอเชียให้สามารถสนองตอบความต้องการของตลาดดิจิทัลที่มีการเติบโตอย่างมากในยุคนิว นอร์มอล”

  • ศบค.เคาะแล้ว! 'ยกเลิกเคอร์ฟิว' 15 มิ.ย.นี้

  • 'ประกันสังคม' สั่งจ่าย 'เงินเยียวยา' แล้ว 1.5 ล้านราย ตรวจสอบสถานะได้แล้ว!

  • 'เยียวยาเกษตรกร' พร้อมจ่าย! ‘ธ.ก.ส.’ ยัน 15-21 มิ.ย.นี้ โอนวันละล้านรายต่อเนื่อง

สำหรับความพิเศษของสายเคเบิลจะประกอบไปด้วยสายใยแก้วนำแสงที่มีความจุสูงจำนวนหลายคู่ และถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทราฟฟิกที่มากกว่า 140 เทราบิตต่อวินาที ทำให้สามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมากและรวดเร็วได้ทั่วเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คุณสมบัติที่มีความจุสูงของเคเบิลเอดีซียังพร้อมรองรับแอพพลิเคชันต่าง ๆ ที่จะใช้ความจุสูงขึ้นในอนาคต รวมถึงรองรับเทคโนโลยี 5จี, คลาวด์ ,ไอโอที และเอไอซึ่งสิ่งเหล่านี้เองจะพัฒนาการติดต่อสื่อสารในระดับภูมิภาคให้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น