Coinbase เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอีก 3 วัน สิ่งนี้หมายถึงอะไรต่อตลาดคริปโต?

เว็บเทรดเหรียญคริปโตชื่อดังอย่าง Coinbase เข้าตลาดหลักทรัพย์และเสนอขายหุ้นให้กับประชาชน (IPO) หลังจากที่ทางเว็บเพิ่งประกาศความสำเร็จในการทุบสถิติสร้างรายได้ในไตรมาสที่ 1 ถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์ไป

ในอดีตนั้นเราได้เห็นตลาดคริปโตเต็มไปด้วยรูปแบบการระดมทุนมากมายเช่น ICO และ IEO แต่การเข้า IPO จากตลาด crypto นั้นถือเป็นพัฒนาการครั้งสำคัญที่นำโดย Coinbase

Coinbase เป็นหนึ่งในเว็บผู้ให้บริการด้านการเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งนั่นส่งผลทำให้ผู้เชี่ยวชาญออกมาลก่าวแสดงความเห็นถึงความสำคัญของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ Coinbase ที่จะถึงนี้

คำว่า “Coinbase effect” ที่ส่งสัญญาณการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น Coinbase อย่างมีนัยสำคัญหลังเปิดตัวแล้ว แต่สิ่งนี้จะจบลงแค่กับราคาหุ้นของ Coinbase หรือไม่? มันจะส่งผลกระทบมาถึงตลาดคริปโตด้วยหรือไม่?

บริษัท crypto แห่งแรกของโลกที่เข้าตลาดหลักทรัพย์

Coinbase นั้นถือเป็นประตูหลักที่สำคัญต่อนักลงทุนเหรียญคริปโตในตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากว่าพวกเขานั้นถือเป็นเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมายจาก SEC และกินส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 อีกด้วย

คำถามที่ตามมาก็คือมูลค่าของมันนั้นจะอยู่ที่เท่าไร? และตอนนี้นักลงทุนจากโลกเก่า และโลกคริปโตต่างก็กำลังเฝ้ารอเพื่อเป็นเจ้าของหุ้นของเว็บกระดานเทรดคริปโตเบอร์ 1 ของโลกตัวนี้อยู่

Bloomberg เผยว่าก่อนหน้านี้หุ้น Coinbase นั้นถูกซื้อขายอยู่ที่ราว ๆ 350 และ 375 ดอลลาร์จากการประมูลขายแบบส่วนตัวของตลาด Nasdaq ซึ่งนั่นหมายความว่ามูลค่าของ Pre-IPO ของตลาดนั้นอาจอยู่ที่ราว ๆ 1 แสนล้านดอลลาร์

Coinbase ได้ตัดสินใจที่จะเลือกแนวทางการเข้าจดทะเบียนโดยตรง ข้ามตัวแทนจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ของธนาคารเพื่อการลงทุน นี่เป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงการยึดมั่นในหลักการกระจายอำนาจ, การ disruption และรวมถึงการเห็นแก่อุตสาหกรรม Blockchain อีกด้วย

วิธีนี้ยังเป็นวิธีการทางการตลาดที่ชาญฉลาด ซึ่งจะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าทางเว็บกระดานเทรดนั้นยังคงเป็นไปตามแนวทางการพัฒนาที่สร้างชื่อว่าเป็ฯ “เว็บเทรดคริปโตเพื่อประชาชน”

การเข้าจดทะเบียนโดยตรงยังเป็นวิธีดึงดูดเงินทุนและสภาพคล่องที่มากขึ้น รวมถึงความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าอาจเป็นที่ถูกใจแฟน ๆ ที่ชื่นชอบแนวคิดเรื่องของความเป็น decentralized และคริปโต แต่ บริษัท เลือกที่จะไม่ออกหุ้นใหม่เพื่อให้นักลงทุนซื้อหุ้นได้มากขึ้น

วิธีนี้ยังเป็นวิธีการหลีกเลี่ยงต้นทุนที่เกี่ยวข้องของการเสนอขาย IPO เช่นบริการของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ซึ่งช่วงแรกทาง Coinbase ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นกำหนดราคาหุ้นของพวกเขาก่อน แต่ก็เป็นที่คาดการณ์ได้อยู่แล้วว่าราคาหุ้นที่แท้จริงนั้นจะได้รับอิทธิพลจากตลาด Bitcoin และเหรียญคริปโตอื่น ๆ อย่างมาก เนื่องจากว่าตลาดเหล่านี้ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของนักลงทุนที่จะลง IPO ของ Coibase

ทำไมช่วงนี้ถึงเป็นช่วงเหมาะสมที่ Coinbase จะเข้า IPO

สองไตรมาสที่ผ่านมามีส่วนสำคัญในการพิจารณาการตัดสินใจของฝ่ายบริหารของ Coinbase ในการนำพาบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือเป็นช่วงที่เม็ดเงินจากตลาดทองคำ ETF ราว ๆ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ไหลออกไปตลาดอื่น ในขณะเดียวกันตลาดกองทุน Bitcoin นั้นก็มีเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาราว ๆ 7 พันล้านดอลลาร์

สถานการณ์ดังกล่าวนั้นเผยให้เห็นถึงความชัดเจน เนื่องจากว่า Morgan Stanley, Blackrock และนักลงทุนสถาบันอื่น ๆ นั้นต่างก็แห่กันเข้ามาลงทุน Bitcoin เนื่องจากมองว่ามันเป็นตัวเก็บมูลค่า ดังนั้นการกระทำของ coinbase ในช่วงนั้นจึงถือเป็นการเคลื่อนไหวก้าวแรก และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างตลาดโลกเก่า และตลาดโลกใหม่ เพื่อให้พวกเขาสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนที่ยังกลัว ให้เข้ามาตลาดได้ในท้ายสุด

ราคา Bitcoin ที่พุ่งสูงขึ้นยังทำให้เงินทุนของ Coinbase สูงขึ้นกว่า 8 เท่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และอารมณ์ของตลาดในขณะนี้ยังบ่งบอกว่าตลาดมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ดังตัวอย่างของ Tesla ที่เพิ่งจะซื้อ bitcoin เข้าไปเก็บไว้ในในงบดุล ถือเป็นวิธีที่แน่นอนในการเพิ่มทุนและดึงดูดนักลงทุน สิ่งนี้ทำให้มูลค่าตลาดหุ้นของพวกเขาสูงขึ้น รวมถึงมูลค่าของบริษัทก็สูงขึ้นเช่นกันอีกด้วย

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตลาด crypto

การเสนอขายหุ้น IPO ของ Coinbase อาจส่งผลกระทบทั้งในเชิงลบและเชิงบวกต่อตลาด crypto เนื่องจากว่าพวกเขาได้กลายเป็นรากฐานที่สำคัญของอุตสาหกรรมคริปโตไปแล้ว ดังนั้นทีท่าของบริษัทที่ถูกเผยออกมา อาจส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตทั้งหมด

อีกหนึ่งการคาดการณ์สำคัญที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากการขายหุ้น IPO โดยสำเร็จนั้นอาจส่งผลกระทบด้านบวกต่อตลาดคริปโตก็เป็นได้ เนื่องจากว่านักลงทุนหน้าใหม่ที่แห่มาลงทุนในหุ้นของ Coinbase นั้นก็จะได้รับอานิสงจากตลาดคริปโตไปด้วยเช่นกัน

หลังจากนั้นตลาด DeFi ก็จะตามมา โดยเราได้เห็นตลาดดังกล่าวที่เติบโตขึ้นอย่างมาก และเติบโตไปตามเหรียญ Ethereum เนื่องมาจากความบ้าคลั่งของกระแส decentralized finance ที่มาแรง

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจะมีแต่สถานการณ์ด้านบวกเสมอไป แต่เราอาจะได้เห็นเหตุการณ์ด้านลบโผล่มาให้เห็นได้บ้างเช่นกัน หลัก ๆ นั้นเป็นเพราะว่า coinbase ถือเป็นเว็บกระดานเทรดเหรียญคริปโตแห่งเดียวในสหรัฐฯที่ไม่ให้บริการซื้อขายเหรียญคริปโตกับเงินสด

สิ่งนี้จะทำให้นักลงทุนจากโลกเก่าเกิดความระมัดระวังตัว เนื่องจากว่า stablecoin ในปัจจุบันนั้นยังถูกมองว่าไม่มีความแน่นอน และเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงทางกฎหมายของรัฐบาล เมื่อไรก็ตามที่พวกเขามีการสร้างเหรียญคริปโตของตัวเองขึ้นมา ซึ่งเหตุการณ์ที่คล้าย ๆ กันก่อนหน้านี้เคยเกิดขึ้นกับ IPO ของ Facebook ที่พุ่งขึ้นไปอย่างรุนแรงแค่วันเดียว แต่วันถัดมาราคาก็ร่วงหนัก

เหตุการณ์ดังกล่าวนี้อาจเกิดขึ้นกับ Coinbase ก็ได้

และเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น ผลกระทบนั้นอาจจะถูกส่งมาหาตลาดคริปโตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน

แม้ว่าการเสนอขายหุ้นของ Coinbase จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมคริปโตโดยรวม แต่มันก็ยังมีความเสี่ยงในการซื้อขายหุ้นของพวกเขา ซึ่งมันอาจจะกระตุ้นให้มีการเกิดการซื้อขายครั้งใหญ่ หรือนำไปสู่การระเบิดที่จะทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลก็เป็นได้

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร Coinbase ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ชนะมากขึ้นเนื่องจากพวกเขาสามารถสร้างชื่อให้กับตัวเองด้วยการเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้แล้ว