Coinbase ถูกปรับเป็นเงินกว่า 200 ล้านบาทหลังถูกจับได้ว่าเคยปั่นราคา ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์

ไม่นานก่อนการถูกลิสต์ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ บริษัทผู้ให้บริการด้านกระดานเทรด Bitcoin เบอร์หนึ่งในประเทศอย่าง Coinbase นั้นได้ตกลงที่จะจ่ายค่าปรับมูลค่า 6.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว ๆ 200 ล้านบาทกับทางหน่วยงาน CFTC หลังจากที่ถูกจับได้ว่าก่อนหน้านี้เคยมีการปั่นราคาตลาดด้วยวิธี wash trading

ทาง CFTC เผยว่าพวกเขาค้นพบว่าทาง Coinbase นั้นอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดต่อบริษัท Coinmarketcap และ CME Bitcoin Real Time Index ก่อนหน้านี้ ซึ่งหลัก ๆ นั้นเกิดจากการใช้ Bot เทรดผิดวิธี และรวมถึงกิจกรรมที่ผิดกฎหมายของพนักงานในบริษัทที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้

โดยอ้างอิงจากผู้อำนวยการฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของ CFTC นาย Vincent McGonagle เขากล่าวว่าการลงโทษปรับ Coinbase ในครั้งนี้ถือเป็นการส่งข้อความไปยังวงการคริปโตว่า CFTC นั้นเริ่มที่จะเอาจริงกับการสืบสวนและปราบปรามกิจเว็บกระดานเทรดคริปโตที่ทำผิดกฎหมายแล้ว

“การรายงานข้อมูลการเทรดหรือทำธุรกรรมที่ผิด และการจงใจบิดเบือนข้อมูลราคาสินทรัพย์ดิจิทัลใด ๆ ก็แล้วแต่ ทางหน่วนงานนั้นได้ทำการส่งข้อความไปยังผู้คนว่าพวกเราจะทำการจัดการเพื่อปกป้องความโปร่งใสของข้อมูลเหล่านั้น”

ภายหลังจากนั้นทาง Coinbase ได้ออกมาตอบตกลงที่จะยอมจ่ายค่าปรับดังกล่าว เพื่อที่เป็นการชำระล้างตัวพวกเขาให้สะอาดก่อนที่จะเข้าสู่การขาย IPO และเข้าตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้พวกเขายังปิดระบบ margin trading บน Coinbase Pro เพื่อให้เป็นไปตามกฎและข้อบังคับของทาง CFTC อีกด้วย

บอทเทรดสองตัวที่ทำให้ทาง Coinbase ต้องปวดหัว

ทาง CFTC อธิบายถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้ระบบบอทที่ทาง GDAX เคยติดตั้งในอดีต แต่ตอนหลังมาเปลี่ยนชื่อเป็น Coinbase Pro ในปี 2018 โดยแพลทฟอร์ทดังกล่าวนั้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานระดับสูง

โดยในขณะนั้นทางแพลทฟอร์มได้ใช้ Hedger และ Replicator software เพื่อทำให้ระบบทำธุรกรรมนั้นสามารถดำเนินไปแบบอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามทาง CFTC ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวนั้นทำงานอย่างไร แต่พวกเขารู้ดีว่าทั้งสองตัวนี้มีการซื้อขายต่อกันและกันอยู่

สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางหน่วยงานดังกล่าวเคยออกมากล่าวโทษทาง Coinbase มาแล้วว่า

“Coinbase นั้นทำการส่งรายงานเกี่ยวกับธุรกรรมที่เข้าข่ายหลอกลวง และมีความพยายามในการปกปิดข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึง Bitcoin ด้วย โดยเกิดขึ้นบนแพลทฟอร์ม GDAX ที่พวกเขาเคยเปิดให้บริการอยู่”

โดยอ้างอิงจาก CEO ของ FTX นั้นเขากล่าวว่า Hedger นั้นอาจเป็นตวอัลกอริทึ่มที่ถูกนำไปใช้เพื่อทำให้ราคาในตลาดมีความสมดุล ในขณะที่ตัว replicator นั้นสามารถถูกใช้เพื่อทำกำไรแบบสูงสุด หรือใช้เพื่อการทำ liquidity maintenance ที่จะโฟกัสไปเป็นแต่ละคู่เทรดไป

“11) Replicator: เมื่อนักลงทุนรายย่อยซื้อ 1 BTC บนแอพมือถือ Coinbase (จ่าย 5!) “Replicator” จะทำการซื้อ 1 BTC ทันทีบน orderbook ของ Coinbase

ในขณะที่ Hedger นั้นจะทำการซื้อขายกับ Replicator ในกรณีที่รายย่อยทำการซื้อทั้งหมดแล้ว แต่หลังจากนั้นเมื่อมีคนขาย และหนึ่งในสองของ hedger ที่เป็นผู้ให้บริการดังกล่าว”

ปั่นราคาตลาด

นอกจากนี้ทาง CFTC นั้นยังได้มีการกล่าวถึงตัวพนักงานที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยรายนี้ได้ทำการปั่นราคาตลาด Litecoin ซึ่งส่งผลทำให้ภายนอกตลาดนั้นดูมีสภาพคล่องที่มากขึ้น

“ทางหน่วยงานยังค้นพบอีกด้วยว่าในช่วง 6 สัปดาห์ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมไปจนถึงกันยายน 2016 ได้มีอดีตพนักงาน Coinbase รายหนึ่งที่ถูกใช้ให้ทำการปั่นราคาตลาด หรือจงใจตบตาผู้คนด้วยการจงใจวางออเดอร์ซื้อและขายในคู่เทรด Bitcoin/Litecoin บน GDAX ที่ทำการจับคู่ออเดอร์กันและกัน และรวมถึงการทำ wash trade อีกด้วย สิ่งนี้ถือเป็นการจงใจตบตาสภาพคล่องเพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาซื้อขายในคู่เทรด Litecoin ดังนั้น Coinbase จึงจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำของพนักงานรายนี้”

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวถือเป็นอะไรที่น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากว่าในขณะนั้นนาย Charlie Lee หรือผู้ก่อตั้งเหรียญ Litecoin นั้นเคยทำงานอยู่ใน Coinbase ในตำแหน่ง Director of Engineering มาก่อน แต่อย่างไรก็ตามการประกาศของทาง CFTC นั้นไม่ได้มีการกล่าวถึงนาย Lee หรือพนักงานรายอื่น ๆ แต่อย่างใด ส่งผลทำให้ทางบริษัทนั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

นาย Charlie Lee นั้นไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด