BitMEX ถูกตั้งข้อหา ‘ยักยอก’ เงินจำนวน 440 ล้านดอลลาร์ออกจากเว็บเทรด

โจทก์ของเว็บผู้ให้บริการด้าน Bitcoin futures ชื่อดัง BitMEX ได้ออกมายื่นฟ้องบริษัทแม่ที่มีชื่อว่า HDR Global ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีนี้ โดยข้อหาหลัก ๆ ก็คือทาง BitMEX นั้นได้ทำการยักยอกเงินจำนวนหนึ่งออกไปหลังจากที่พวกเขานั้นไหวตัวทันว่ากำลังจะถูกตั้งข้อหาจากรัฐบาลสหรัฐฯ

ข้อกล่าวหานั้นได้ถูกเพิ่มไปในเอกสารยื่นฟ้องของวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเอกสารยื่นฟ้องดังกล่าวนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการยื่นฟ้องในระยะยาวที่กินเวลามาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้มีรายงานมาแล้วว่าทั้งบริษัท HDR และผู้ก่อตั้งนาย Arthur Hayes, Ben Delo และ Samuel Reed ได้ถูกตั้งข้อหาว่าปั่นราคาตลาดและฟอกเงิน โดยในขณะนั้นทาง HDR ออกมากล่าวว่า “เราจะปกป้องตัวเองอย่างเข้มแข็งจากการอ้างสิทธิ์ที่หลอกลวงนี้”

BitMEX และกลุ่มผู้ก่อตั้งดังกล่าวนั้นถือเป็นหนึ่งในไม่กี่รายที่ถูกตั้งข้อหาจากกฎหมายเกี่ยวกับ Bank Secrecy Act โดยรัฐบาลสหรัฐฯ โดยข้อกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้มาแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้หน่วนงานกำกับตลาดฟิวเจอร์อย่าง CFTC ก็ได้มีการออกมายื่นฟ้องด้วยเช่นกัน ส่วนนาย Reed หรือ CTO ของ BitMEX ก็ถูกจับกุมไปเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนที่จะถูกประกันตัวไปด้วยพันธบัตรมูลค่า 155.6 ล้านบาท

  • BitMEX ถูกฟ้องร้องข้อหาฟอกเงินและปั่นราคาตลาดเหรียญคริปโต
    Read
    BitMEX ถูกฟ้องร้องข้อหาฟอกเงินและปั่นราคาตลาดเหรียญคริปโต

โดยในการยื่นฟ้องล่าสุดนี้ ทางโจทก์ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่าทาง BitMEX “ทราบดีเกี่ยวกับการสืบสวนและสอบสวนของ Commodity Futures Trading Commission (“CFTC”) และกระทรวงยุติธรรม (“DOJ”) และรวมถึงการยื่นฟ้องทั้งอาญาและแพ่ง และก่อนที่พวกเขาจะเตรียมสู้คดีดังกล่าวนี้ จำเลย Hayes, Delo และ Reed ได้ยักยอกเงินจำนวน $440,308,400 ที่มาจากการทำกิจกรรมบนเว็บ BitMEX ออกมา”

“การยักยอกเงินอย่างผิดกฎหมายเหล่านี้ถูกทำขึ้นในวันเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นช่วงที่ทางจำเลยได้รู้เกี่ยวกับการสืบสวนและสอบสวน และเป็นช่วงหลังจากที่ได้รับร่างคำร้องเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนแล้ว และเป็นช่วงหลังจากได้รับคำร้องในช่วงปี 2019 เดือนตุลาคมวันที่ 15, 2019, เดือนพฤศจิกายนวันที่ 19, 2019 [และ] มกราคม 2020” หลัก ๆ แล้วเอกสารดังกล่าวเป็นการกล่าวหาการทำธุรกรรมดังกล่าวว่าเป็นการ “แบ่งผลกำไรกัน”


โดยเอกสารกล่าวว่า

“จากข้อมูลดังกล่าวนี้ ดูเหมือนว่าจำเลยนั้นกำลังยักยอกเงินออกจากบริษัท HDR อย่างจงใจ และพยายามที่จะทำให้เงินเหล่านี้ไม่สามารถถูกเอาออกไปได้หลังมีคำตัดสินแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นการแบ่งผลกำไรกันด้วยจำนวนเงินที่ $440,308,400.00 ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือนนั้นดูไม่ปกติ เนื่องจากว่าเรทการแบ่งผลกำไรรายปีนั้นอยู่ที่ $1,761,233,600 ซึ่งถือเป็นเงินที่ทางจำเลยไม่มีสิทธิ์ ดังนั้นการแบ่งผลกำไรกันด้วยเม็ดเงินขนาดใหญ่นี้จึงถูกออกแบบมาขึ้นเพื่อยักยอกเงินออกจากบริษัท HDR ของจำเลย และซ่อนเงินเหล่านี้จากโจทก์และคำตัดสินของศาลที่จะมีขึ้นในอนาคต”

นอกจากนี้แล้วทางโจทก์ยังได้มีการยื่นฟ้องจำเลยว่าพวกเขากำลังพยายามที่จะถ่วงเวลาคดีอีกด้วย

ที่มา theblockcrypto