Bitkub ประกาศเปิดตัวกองเงินสำรองมูลค่า 100 ล้านบาท เพื่อเยียวยานักลงทุน Bitcoin อย่างเป็นทางการ

หลังจากที่เราได้เห็นการออกมาประกาศแย้มแผนการในการเปิดตัวกองเงินสำรองมูลค่า 100 ล้านบาทให้กับนักลงทุนที่สูญเสียโอกาสจากปัญหาเว็บ Bitkub ล่มโดยผู้บริหารเมื่อ 2 วันที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนว่าตอนนี้ทางพวกเขาได้ออกมาประกาศเปิดตัวมันอย่างเป็นทางการแล้วในตอนนี้

ผู้คนแห่เข้าใช้งานเว็บมากกว่าปกติ

โดยอ้างอิงจาก Press release ของทาง Bitkub ในวันนี้ ทางพวกเขาได้กล่าวว่าเมื่อช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2564 ที่ผ่านมานั้น มีผู้ที่เข้ามาใช้บริการมากกว่าปกติ เนื่องจากเหตุการณ์การพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin อย่างรุนแรง จึงทำให้เกิดปัญหาบนแพลทฟอร์ม แต่ก็แก้ไขแล้ว โดยกล่าวว่า

“เนื่องด้วยวันที่ 2-3 มกราคม พ.ศ. 2564 ได้มีเหตุการณ์ระบบซื้อขายเงินดิจิทัลขัดข้องบนเว็บไซต์ bitkub.com จากสาเหตุราคาบิตคอยน์ในตลาดโลกขึ้นสูงไปกว่า 33,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีราคาซื้อ-ขายในกระดานบิทคับแตะ 1 ล้านบาทเป็นครั้งแรก จึงทำให้เกิดกระแสกลัวพลาดการลงทุน (FOMO) จึงทำให้มีนักลงทุนหน้าใหม่สนใจสมัครเข้ามาใช้งานกว่าปกติ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความหนาแน่นในการทำธุรกรรม ทั้งธุรกรรมซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัล และธุรกรรมฝาก-ถอนเงินบาท มากขึ้นกว่าปกติ โดยทางทีมเทคนิคได้ตรวจสอบพบปัญหาและแก้ไขทันที และเว็บไซต์สามารถกลับมาซื้อ-ขายได้ปกติภายใน 4 ชั่วโมง”

  • คนไทยแห่เทรด Bitcoin หนักจนแอพ Bitkub พุ่งแตะอันดับ 1 บน App Store สมัครวันเดียวเกือบ 4 หมื่น
    Read
    คนไทยแห่เทรด Bitcoin หนักจนแอพ Bitkub พุ่งแตะอันดับ 1 บน App Store สมัครวันเดียวเกือบ 4 หมื่น

เยียวยาผู้เสียหายจากเหตุการณ์การพุ่งของราคาเหรียญ CTXC

นอกเหนือจากนี้แล้ว หากนักเทรดคริปโตในไทย โดยเฉพาะใน Bitkub นั้นยังจำกันได้ดี โดยเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมานั้น ราคาของเหรียญ Cortex (CTXC) นั้นได้เพิ่มมากขึ้นมากกว่า 6,400% หลัก ๆ นั้นเกิดขึ้นจากผู้ที่ไม่หวังดีในตลาดเข้ามาปั่นราคาตลาดอีกด้วย โดยพวกเขากล่าวว่า

“กรณีที่สอง เหตุที่ลูกค้าทวงถามการเยียวยาจากการซื้อขายเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี่บางสกุล เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา สาเหตุเนื่องจากมีผู้ใช้งานเข้ามาในตลาดเป็นจำนวนมากและส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนหน้าใหม่ จึงมีบุคคลหรือกลุ่มคนไม่ประสงค์ดีเข้ามาในตลาด โดยมีเจตนาในการควบคุมราคาเหรียญให้เกิดผลประโยชน์ต่อตนเอง ทางทีมบริหารของ Bitkub จึงไม่นิ่งนอนใจและประกาศปิดการซื้อขายเหรียญ CTXC (รวมถึงเหรียญ JFIN, และ INF ที่สงสัยว่าถูกควบคุมในลักษณะเดียวกัน) เป็นการชั่วคราว คล้ายกับการทำ Circuit Breaker ของตลาดหลักทรัพย์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุน”

ซึ่งทาง Bitkub กล่าวว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์สองเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น

“ทางทีมผู้บริหารจึงมีนโยบายช่วยเหลือเยียวยานักลงทุนโดยทันที ทั้งการมอบเครดิตค่าธรรมเนียมฟรี การเยียวยาการเสียโอกาสทำกำไรโดยพิจารณาเป็นรายบุคคลอ้างอิงจากประวัติการทำธุรกรรมที่ถูกบันทึกในฐานข้อมูล ซึ่งส่วนใหญ่นักลงทุนที่เข้าเกณฑ์และได้รับการเยียวยานั้นพึงพอใจต่อการรับผิดชอบของทางบริษัท”

และนั่น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาได้คิดค้นแผนการใหม่ดังกล่าวขึ้นมา นั่นก็คือ


ตั้งกองเงินสำรอง 100 ล้านบาท

พวกเขาได้ก่อตั้งแผนการปกป้องนักลงทุนจากเหตุการณ์ข้างต้นที่ได้กล่าวมานี้ โดยมันชื่อว่า Customer Protection Fund โดยรายละเอียดหลัก ๆ นั้นพวกเขากล่าวว่า

“สำหรับแผนระยะยาวในการดูแลนักลงทุน ทางบริษัทกำลังดำเนินการก่อตั้งกองเงินสำรองปกป้องนักลงทุน หรือ Customer Protection Fund โดยมีทุนสำรองไว้ 100 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของลูกค้าในกรณีที่เกิดปัญหา”

ด้านนายอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อสายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านเว็บไซต์ bitkub.com ได้เผยว่า

“ทางตัวเขาและผู้บริหารไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ออกมาสื่อสารให้ข้อมูลกับลูกค้าของบริษัทโดยตลอด และมีการประชุมเร่งด่วนที่จะปรับปรุงคุณภาพการให้บริการให้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยวางแผนขยายขนาด Infrastructure สำหรับเว็บไซต์และระบบฐานข้อมูลให้พร้อมรองรับการขยายตัวของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 % แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนปรับปรุงโครงสร้างระบบ รวมทั้งแอปพลิเคชั่นบนมือถือและเว็บไซต์ เพิ่มจำนวนพนักงานปฏิบัติการและลูกค้าสัมพันธ์ ให้ได้อย่างน้อย 200 อัตราภายในปี 2564 อีกทั้งลงทุนปรับปรุงระบบคอลเซ็นเตอร์ด้วยเงินลงทุนราว 100 ล้านบาทภายในหนึ่งสัปดาห์”

ทางด้านนายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท บิทคับ แคปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด กล่าวว่า

“ได้รับรายงานทั้งจากบิทคับ ออนไลน์ และลูกค้าผ่านทางช่องทางต่างๆ ได้เห็นใจและเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้เตรียมงบลงทุนไว้ราว 400-500 ล้านบาทเพื่อตอบสนองฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นภายในปีนี้ จากปีก่อนลงทุนแล้ว 200 ล้านบาท”

ท่ามกลางการแห่เข้ามาลงทุนในตลาด Bitcoin ของชาวไทยเป็นจำนวนมากนั้น ส่งผลทำให้เราได้เห็นการ FOMO เข้ามาในตลาดจนทำให้เว็บกระดานเทรดชั้นนำอย่าง Bitkub นั้นต้องเกิดปัญหาทางเทคนิคตามที่เราได้เห็นกันไปก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวนั้นถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะปกติ หากเทียบกับเว็บอื่น ๆ นอกไทย

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปหลายครั้งแล้วว่าเว็บกระดานเทรดคริปโตเบอร์ 1 ในสหรัฐฯ Coinbase นั้นมักจะเกิดเหตุการณ์เว็บล่มอยู่หลายครั้ง ท่ามกลางการผันผวนของราคา Bitcoin อย่างรุนแรง

สำหรับผู้ที่ต้องการจะดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกาศของทางผู้บริหารของ Bitkub นั้นสามารถที่จะกดดูได้ที่นี่