Bitcoin ไม่หวั่นแม้เจอข่าว Trump, BitMEX, KuCoin ราคายังคงอยู่เหนือ $10,000 จะไปไหนต่อ?

ราคาของ Bitcoin (BTC) นั้นดูเหมือนว่าจะต้องเจอกับความผันผวนอย่างหนักมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่วิ่งชนแนวต้านไปแล้วที่ 11,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้การร่วงลงของราคานั้นยังเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับเหตุการณ์ช็อควงการทั่วโลกถึงสามเหตุการณ์ด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตาม ราคาของ Bitcoin นั้นก็ยังคงอยู่ในจุดที่ไม่ได้เสียหายมากนัก

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าเว็บกระดานเทรดคริปโตอันดับต้น ๆ ของโลก KuCoin นั้นได้ถูกแฮ็ค และสูญเสียเงินไปแล้วถึง 150 ล้านดอลลาร์จากเว็บเทรดดังกล่าว หลังจากนั้นไม่นานทาง CFTC ของสหรัฐฯก็ได้ออกมาประกาศว่าจะดำเนินคดีต่อเว็บกระดานเทรดคริปโตฟิวเจอร์ชื่อดัง BitMEX อีกเช่นกัน โดยหลังจากนั้นราคา BTC ก็ร่วงลงอย่างรุนแรงทันที

นอกจากนี้ยังมีข่าวการติดโควิดของประธานาธิบดี Donald Trump ที่ส่งผลทำให้ดัชนีหุ้น DOW และ S&P 500 ร่วงลงอย่างรุนแรง แต่แม้ว่า Bitcoin กับตลาดหุ้นสหรัฐฯนั้นจะมีความสัมพันธ์ในด้านราคา แต่ราคาของ BTC นั้นก็ไม่ได้ร่วงแรงเท่ากับหุ้นแต่อย่างใด

  • มูลค่าตลาดคริปโตพุ่งแตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราคา Bitcoin จะพุ่งแตะ $11,000 เร็ว ๆ นี้?
    Read
    มูลค่าตลาดคริปโตพุ่งแตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราคา Bitcoin จะพุ่งแตะ $11,000 เร็ว ๆ นี้?

หากลองดูในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานั้นจะพบว่า หากหนึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้น ก็จะทำให้ราคาของ Bitcoin นั้นร่วงลงอย่างรุนแรงเลยทันที อย่างน้อยก็ 10% และเหรียญ altcoin ก็คงจะประสบชะตากรรมเดียวกัน

นาย Marcel Pechman หรือนักข่าวสายคริปโตได้ออกมาแสดงความเห็นว่าสาเหตุที่ราคาของ Bitcoin มีภูมิคุ้มกันต่อเหตุการณ์ข่าวด้านลบเหล่านี้ได้ดีนั้นเป็นเพราะว่านักลงทุนสถาบันและรายย่อยยังคงมองตลาด BTC ว่าเป็นขาขึ้น นอกจากนี้นาย Pechman ยังคาดว่าราคายังมีโอกาสวิ่งไปหา 12,000 ดอลลาร์ได้ในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

กราฟจาก TradingView

ในด้านตัวแปรทางเทคนิคนั้น หากลองดูกราฟราคาของสัปดาห์ที่ผ่านมาจะค้นพบว่าราคานั้นได้ถูกบีบอัดให้อยู่ในสามเหลี่ยมที่เล็กลงเรื่อย ๆ และมันยังสามารถยืนอยู่เหนือ 10,500 ดอลลาร์ได้

นอกจากนี้ตัวชี้วัดทางเทคนิคอย่าง volume profile visible range (VPVR) บนกราฟรายวันยังเผยให้เห็นถึงช่องว่างของราคาที่สูงถึง 1,450 ดอลลาร์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาของ Bitcoin ร่วงจากระดับ 11,400 ดอลลาร์ไปแตะ 9,950 ดอลลาร์ คิดเป็น 13% และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ราคาก็ยังคงอยู่ในระดับดังกล่าว

ในขณะนี้ตัวชี้วัด relative strength index (RSI) ได้พุ่งขึ้นไปสูงกว่า 45 แล้ว และตัวชี้วัด MACD ก็กำลังจะเปลี่ยนเป็นขาลงแล้ว เมื่อแรงเทขายในตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

โดยสรุปแล้วเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีความน่าวิตกกังวลมากนัก โดยหากเราลองซูมกราฟออกมาดูไกล ๆ จะค้นพบว่ากราฟราคานั้นได้มีการทำจุดต่ำสุดที่สูงกว่ามากขึ้นเรื่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักเทรดส่วนใหญ่จะมองว่าตลาดนั้นดูเป็นขาขึ้น แต่สิ่งที่ยังต้องระวังเป็นพิเศษนั่นก็คือการที่โวลุมในตลาดนั้นเริ่มจะลดน้อยลงเรื่อย ๆ

ใจเย็น และถือต่อไป

หากลองย้อนกลับไปดูกราฟของช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม – 20 กรกฎาคมที่ผ่านมาจะเห็นว่าราคานั้นได้มีการถูกบีบอัดเข้ามาในวงแคบ ๆ ที่ไม่ต่างจากระดับปัจจุบัน ก่อนที่จะพุ่งอย่างรุนแรงถึง 36% ไปแตะจุดสูงสุดในรอบปี 2020 ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่ราคา 12,480 ดอลลาร์

ปัจจุบันนักลงทุนกำลังเฝ้าดูตลาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ซ้ำรอยเหมือนกับตอนช่วงสองเดือนที่ผ่านมาหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้มีนักวิเคราะห์ออกมากล่าวว่าหากราคานั้นสามารถยืนอยู่เหนือ 10,380 ดอลลาร์ได้ ก็จะส่งผลทำให้ราคานั้นยังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น แต่หากต่ำกว่า เราก็อาจจะได้เห็นราคา BTC ที่ร่วงลงไปแตะ 10,200-9,800 ดอลลาร์ได้

หากราคาจะเป็นขาขึ้นแบบที่ทำให้หลายคนใจชื้นได้นั้น มันจะต้องวิ่งผ่านระดับ 11,000 ดอลลาร์และไปถึง 11,400 ดอลลาร์ ดังนั้นเราจึงต้องเห็นโวลุมการซื้อขายที่มากขึ้นตามมาด้วย

โดยรวมนั้นสภาพตลาดราคาของ Bitcoin ในขณะนี้ยังดูค่อนข้างโอเคอยู่ และมันก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากข่าวด้านลบจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา