5 เหรียญคริปโตที่อาจกลับตัวเป็นช่วงขาขึ้นในสัปดาห์นี้

Bitcoin กำลังกลายเป็นที่สนใจของนักลงทุนสถาบันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าตลาดที่พุ่งสูงกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์ ดังนั้นสถาบันมากมายจึงมีแนวโน้มที่จะพิจารณาลงทุนใน Bitcoin รวมถึง Ethereum ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 1.8 แสนล้านดอลลาร์ก็ไม่อาจทำให้นักลงทุนละสายตาได้เช่นเดียวกัน

ความสนใจในเหรียญคริปโตสองอันดับแรกของนักลงทุนสถาบันมีแนวโน้มที่จะดึงดูดนักลงทุนเป็นจำนวนมากให้แห่เข้ามาลงทุนในโปรเจกต์เหรียญคริปโตขนาดเล็ก ซึ่งแม้ว่าการลงทุนดังกล่าวจะมีความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

เนื่องจากปัจจุบันมีเหรียญคริปโตมากกว่า 50 สกุลที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ขึ้นไป สิ่งนี้จึงทำให้พวกมันมีสถานะเป็นยูนิคอร์น ซึ่งเป็นคำที่นักลงทุนส่วนใหญ่ใช้เรียก บริษัทที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ขึ้นไป

ดังนั้นหากผู้เล่นรายใหญ่กระโดดเข้ามาในลงทุนยูนิคอร์นเหล่านี้ มูลค่าของพวกมันก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวพุ่งขึ้นรุนแรง และจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในยุคแรก ๆ แม้ว่าสินทรัพย์เหล่านี้อาจใช้เวลาสักพักใหญ่ ๆ ถึงจะให้ผลตอบแทนกับพวกเขาก็ตาม

โดยในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 5 เหรียญคริปโตที่อาจกลับมาเป็นช่วงขาขึ้นได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

BTC / USD

Bitcoin สามารถเบรคทะลุแนวต้านเหนือระดับ 38,000 ดอลลาร์ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์และตามด้วยการขยับตัวขึ้นอีกครั้งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ แต่ถึงกระนั้นฝั่งผู้ซื้อก็ไม่สามารถรักษาราคาระดับนี้เอาไว้ได้และส่งผลทำให้ราคาร่วงลดลงในช่วงเวลาต่อมา

ความล้มเหลวในการรักษาราคาที่ระดับสูงกว่า 40,000 ดอลลาร์ ส่งผลทำให้นักลงทุนต่างพากันเทขายเพื่อทำกำไรในวันนี้ ซึ่งในขณะนี้ฝั่งผู้ขายกำลังพยายามกดดันราคาให้ต่ำกว่าระดับ 38,000 ดอลลาร์ หากพวกเขาทำสำเร็จราคา Bitcoin อาจลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วันที่ระดับ $ 35,386 อีกครั้ง

ในทางกลับกันหากราคา Bitcoin ดีดตัวขึ้นที่เส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วัน ฝั่งผู้ซื้อจะพยายามผลักดันให้ราคากลับเข้าสู่แนวโน้มช่วงขาขึ้นอีกครั้ง การเบรคทะลุเหนือระดับ 40,000 ถึง 41,959.63 ดอลลาร์อาจส่งสัญญาณของจุดเริ่มต้นในช่วงขาขึ้นรอบถัดไป โดยมีเป้าหมายการ Upside อยู่ที่ระดับ 50,000 ดอลลาร์

แต่ถ้าหากราคาร่วงลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วัน ราคา Bitcoin อาจร่วงกลับลงไปทดสอบแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ย SMA ราย 50 วัน ที่ระดับ 32,840 ดอลลาร์อีกครั้ง

DOT / USD

Polkadot ( DOT ) กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ฝั่งผู้ซื้อได้ผลักดันราคาให้กลับขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านระดับ 19.40 ดอลลาร์อีกครั้งในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่สามารถรักษาราคาที่ระดับนี้เอาไว้ได้ ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่าฝั่งผู้ซื้อยังคงไม่ยอมแพ้เลยซะทีเดียว

อย่างไรก็ตามข่าวดีก็คือ ผู้ซื้อไม่ยอมให้ราคาร่วงลงต่ำกว่าระดับ $ 19.40 สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่านักเทรดไม่ได้ต้องการเทขายทำกำไรที่ระดับราคาดังกล่าวและกำลังเข้าซื้อเพิ่มทุกครั้งเมื่อราคาย่อตัวลง

หากผู้ซื้อสามารถผลักดันราคาให้สูงกว่าระดับ 21.7321 ดอลลาร์ได้  Polkadot ก็อาจกลับมาเป็นช่วงขาขึ้นอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายราคาการ Upside อยู่ที่ระดับ 24.08 ดอลลาร์และ 30 ดอลลาร์ตามลำดับ 

นอกจากนี้เส้นค่าเฉลี่ย MA ที่สโลป์ขึ้นและดัชนี RSI ที่อยู่ในระดับสูงกว่า 61 ยังบ่งชี้ว่า ฝั่งผู้ซื้อนั้นกำลังได้เปรียบ 

อย่างไรก็ตามมุมมองขาขึ้นนี้จะกลายเป็นโมฆะทันที หากฝั่งผู้ขายสามารถกดดันราคาให้ร่วงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 20 วัน (17.43 ดอลลาร์) ได้ และสิ่งนี้จะเป็นการบ่งชี้ว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนตัวลงแล้ว  

Chainlink (LINK) สามารถเบรคทะลุเหนือระดับแนวต้านที่ 25.7824 ดอลลาร์ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ฝั่งผู้ซื้อไม่สามารถรักษาโมเมนตัมเอาไว้ได้ และนี่แสดงให้เห็นว่าฝั่งผู้ขายกำลังปกป้องโซนแนวต้านที่ระหว่าง $ 25.7824 ถึง $ 27 

อย่างไรก็ตามไส้แท่งเทียนบนกราฟรายวัน แสดงให้เห็นแล้วว่า ฝั่งผู้ซื้อได้กลับเข้ามาซื้อเพิ่มอีกครั้ง เมื่อราคาย่อตัวลงไปที่เส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วัน ($ 22.83)  

หากผู้ซื้อสามารถผลักดันราคาให้ยืนเหนือโซนแนวต้านระดับ 25 ดอลลาร์ได้ ช่วงขาขึ้นของ Chainlink ก็อาจกลับมาดำเนินการต่อ โดยจุดเฝ้าระวังระดับถัดไปก็คือ การกลับของราคาที่ระดับ $ 30 และหากราคาผ่านระดับนี้ไปได้มันอาจปรับตัวขึ้นอยู่ที่ระดับ $ 33 ต่อไป

ในทางตรงกันข้ามหากฝั่งผู้ขายสามารถกดดันราคาให้ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วันได้ ราคาของ Link ก็อาจกลับลงอยู่ในกรอบแนวโน้มไซด์เวย์ที่ช่วงระหว่าง $ 20.1111 ถึง $ 25.7824 อีกสองสามวัน

XLM/USD

การเบรคตัวของเหรียญ XLM ที่ช่วงระหว่าง 0.325 ถึง 0.35 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแล้วว่าฝั่งผู้ซื้อได้พลิกกลับมาเป็นผู้ชนะอีกครั้ง ซึ่งหากผู้ซื้อสามารถรักษาราคาให้ยืนเหนือระดับ $ 0.40 ได้ ช่วงขาขึ้นอาจกลับมาดำเนินการต่อ

เส้นค่าเฉลี่ย MA ที่สโลป์สูงขึ้นและดัชที RSI ที่อยู่ใกล้กับโซน Over bought บ่งชี้ว่า ฝั่งผู้ซื้อ

กำลังได้เปรียบและราคาอาจปรับตัวพุ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ $ 0.50 อีกครั้ง

อย่างไรก็ตามหากฝั่งผู้ซื้อล้มเหลวในการปิดราคาที่ระดับสูงกว่า 0.40 ดอลลาร์ ราคาของ XLM อาจร่วงกลับลงมาที่ 0.35 ดอลลาร์อีกครั้ง และการดีดตัวขึ้นจากระดับนี้จะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ได้ว่า ฝั่งผู้ซื้อได้เปลี่ยนแนวต้านให้กลายเป็นแนวรับเพื่อที่จะเพิ่มความเป็นไปได้ในการเบรคทะลุเหนือระดับ $ 0.40 ต่อไป

ในทางกลับกันหากฝั่งผู้ขายสามารถกดดันราคาให้ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วัน (0.315 ดอลลาร์) สิ่งนี้จะบ่งชี้ให้เห็นว่า การเบรคตัวของราคาในปัจจุบันคือกับดัก และราคาอาจมีปรับตัวลงต่อ

THETA / USD

ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของราคา THETA ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานั้น จะเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปสามเหลี่ยมในแนวโน้มขาขึ้น โดยมีแนวต้านด้านบนอยู่ที่ระดับ $2.51 

ฝั่งผู้ซื้อได้ผลักดันราคาให้ยืนเหนือระดับ 2.51 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ แต่พวกเขาไม่สามารถรักษาระดับนี้เอาไว้ได้ ส่งผลทำราคาร่วงลดลงในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตามข่าวดีก็คือ ฝั่งผู้ซื้อไม่ยอมให้ราคาร่วงลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วัน ($ 2.09) ซึ่งหากราคาของ THETA ดีดตัวพุ่งขึ้นจากแนวรับระดับนี้ เป็นไปได้ว่าผู้ซื้ออาจผลักดันให้ราคากลับขึ้นไปยืนเหนือ $ 2.51 อีกครั้ง
และหากประสบความสำเร็จ THETA อาจกลับมาดำเนินการต่อในช่วงขาขึ้น โดยมีเป้าหมายของการ Upside อยู่ที่ระดับ $ 3.56 ต่อไป