5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าขาขึ้นที่แท้จริงของ Bitcoin นั้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

ราคา Bitcoin นั้นร่วงลดลงอย่างมาก นับตั้งแต่ที่มันแตะจุดสูงสุดในรอบปีที่ระดับ 14,149 ดอลลาร์ แต่ถึงกระนั้นมันยังคงมี 5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าขาขึ้นที่แท้จริงของ Bitcoin นั้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

5 สัญญาณที่ว่านี้ประกอบไปด้วย แนวโน้มการถือเหรียญโดยไม่ขายกำลังเพิ่มสูงขึ้น, ปัจจัยพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์, เทรนด์การค้นหาที่ยังคงต่ำ, การเบรคทะลุกรอบ TF ที่สูงขึ้นและตัวชี้วัดทางเทคนิคที่ชี้ให้เห็นว่าช่วง Bull run ครั้งใหญ่กำลังจะมา

การเบรคทะลุกรอบ TF ที่สูงขึ้น

ราคา Bitcoin นั้นร่วงลดลงกว่า 6% จากจุดสูงสุดของปีนี้ที่ระดับ $ 14,149 ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นับตั้งแต่ปี 2017

  • ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมองโกเลียเปิดให้บริการด้าน Bitcoin และ Cryptocurrency แล้ว
    Read
    ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมองโกเลียเปิดให้บริการด้าน Bitcoin และ Cryptocurrency แล้ว

แต่ในกรอบ TF รายสัปดาห์และรายเดือน Bitcoin ได้มีการ breakout ให้เห้นอย่างชัดเจน โดยปิดแท่งเทียนรายสัปดาห์และรายเดือนที่ระดับสูงกว่า 13,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบเกือบสามปี

การค้นหาข้อมูลบน Google และโวลลุ่มบนสื่อโซเชียลยังอยู่ในระดับต่ำ

โดยปกติแล้ว ในช่วงพีคสุดของราคา Bitcoin เทรนด์การค้นหาคีย์เวิร์ดคำว่า “Bitcoin”บน Google มักจะพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง ในขณะเดียวกันหากเทรนด์แนวโน้มเหล่านี้อยูในระดับสูง นักลงทุนรายใหญ่หรือปลาวาฬก็มักจะเทขายเหรียญเพื่อทำกำไรและราคา Bitcoin ก็จะร่วงลดลงในเวลาต่อมา 


แม้ว่าราคา Bitcoin นั้นจะพุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่แนวโน้มการค้นหาใน Google ก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่ายังมีนักลงทุนรายย่อยจำนวนไม่มากทำการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกบน Google

นอกจากนี้ข้อมูลจาก The Tie ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า โวลลุ่มการพูดถึง Bitcoin บนทวีตเตอร์สำหรับเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นเพียง 7.8% เท่านั้น ซึ่งการขาดความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยนี้ ชี้ให้เห็นว่า BTC อาจจะเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของตลาดกระทิง

ตัวชี้วัดทางเทคนิคชี้ให้เห็นว่าช่วงขาขึ้นยังไม่จบ

จากข้อมูลของตัวชี้วัด Mayer Multiple เผยให้เห็นว่า วัฏจักรขาขึ้นของ Bitcoin ในรอบปัจจุบันนั้นยังไม่จบ

ตัวชี้วัด Mayer Multiple นั้นเป็นการวิเคราะห์ราคา Bitcoin ตามค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ราย 200 วัน โดยประเมินจากแนวโน้มราคาในระยะยาว หากผลคูณนั้นสูงกว่า 2.4 มันจะเป็นการชี้ให้เห็นว่าช่วงขาขึ้นของราคาใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ยกตัวอย่างในปี 2017 เมื่อราคา BTC พุ่งแตะระดับ 20,000 ดอลลาร์ค่าตัวคูณก็เพิ่มขึ้นไปเป็นอยู่ที่ประมาณ 3.8

โดยปัจจุบันค่าตัวคูณของ Mayer Multiple นั้นอยู่ที่ประมาณ 1.27 สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ าช่วงขาขึ้นนั้นยังไม่จบและราคาก็ยังสามารถเพิ่มขึ้นต่อไปได้อีก 

อัตราแรงขุดยังคงอยู่ใกล้กับจุดสุดสูงในประวัติศาสตร์

ในฤดูใบไม้ร่วงพื้นที่ทางตอนเหนือของจีนจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ดังนั้นศูนย์กลางเหมืองขุด Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะอาศัยไฟฟ้าพลังงานน้ำเพื่อเข้าถึงไฟฟ้าที่ถูกกว่าซึ่งช่วยให้พวกเขาขุด Bitcoin ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

และเมื่อหมดฤดูฝน มันจะมีการอพยพนักขุดจำนวนมากในพื้นที่ทางตอนเหนือของจีน ด้วยเหตุนี้อัตราแรงขุดของ Bitcoin จึงลดลงอย่างมากในช่วงเวลาสั้น ๆ 

อย่างไรก็ตามอัตราแรงขุดเฉลี่ย 30 วันในปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าอัตราแรงขุดของ Bitcoin ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 132 ล้านเทราแฮชต่อวินาที 

แนวโน้มการถือเหรียญโดยไม่ขายกำลังเพิ่มสูงขึ้น

จากกราฟ HODL WAVE ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแนวโน้มการถือ Bitcoin โดยไม่ขายนั้นแสดงให้เห็นว่า นักลงทุนเริ่มถือเหรียญ BTC เป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากขึ้น

โดยหลังจากที่ราคา BTC ร่วงลดลงอย่างรุนแรงในเดือนมีนาคมสู่ต่ำกว่าระดับ 3,600 ดอลลาร์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานักลงทุนก็เริ่มสะสม BTC เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดูเหมือนว่าแนวโน้มการถือครองเหรียญ Bitcoin ที่ยาวนานมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง, โครงสร้างทางเทคนิค และตัวชี้วัดทางเทคนิคในเชิงบวกนั้นจะเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดโดยรวม ซึ่งในไม่ช้าสิ่งเหล่านี้อาจกระตุ้นให้ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงได้อีกครั้ง