5 ปัจจัยเกี่ยวกับ Bitcoin ที่ควรจับตามอง เมื่อนักลงทุนหน้าใหม่เตรียมเข้าซื้อในปี 2021

ในปีนี้นักลงทุนจำนวนมากได้หลั่งไหลเข้ามาลงทุนในตลาด Bitcoin เป็นจำนวนมาก เป็นผลมาจากการอ้าแขนรับของ Paypal ที่เตรียมรองรับการให้บริการสกุลเงินดิจิทัล และนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Microstrategy หรือ MassMutual ที่เข้ามาลงทุน ทำให้ตลาดสกุลเงินดิจิทัลมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

อีกทั้งยังได้นักลงทุนรายย่อยที่เพิ่มขึ้นจากช่วง New Normal ที่ได้เร่งรัดให้มีการใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้นเป็นผลพลอยได้จากมาตรการการป้องกันการติดต่อ Covid-19 โดยในปี 2021 มีสิ่งที่น่าจับตามองดังนี้

มูลค่าและรายได้ของการขุด Bitcoin

ซึ่งหากอ้างอิงจากกลุ่มนักขุดแห่งรัฐ Colorado ประเทศสหรัฐอเมริกานามว่า Riot Blockchain ซึ่งมีกำลังการขุดอยู่ที่ 1.5 exahashes (1.5 ล้านล้านล้าน Hashes) ต่อวินาที หรือประมาณ 1.11% ของเครือข่าย Bitcoin ในรายงานไตรมาสที่ 3 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้ระบุว่าพวกเขาสามารถขุดไปได้ 224 BTC หรือประมาณ 4.1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

  • รายงานเผย ‘เม่า’ ซื้อ Bitcoin แพงขายถูก มืออาชีพซื้อถูกขายแพง
    Read
    รายงานเผย ‘เม่า’ ซื้อ Bitcoin แพงขายถูก มืออาชีพซื้อถูกขายแพง

ซึ่งอาจฟังดูค่อนข้างน่าสงสัยเพราะขนาดบริษัทของพวกเขามีมูลค่าตลาดถึง 670 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ แต่กลับมีรายได้เพียง 16 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี อีกทั้งต้องหักลบกับค่าไฟปริมาณมหาศาล แต่สามารถอธิบายได้ด้วยว่า Bitcoin นั้นทางบริษัทได้ถือไว้ตั้งแต่ราคายังต่ำซึ่งภายหลังเมื่อราคาขึ้นมูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นตามด้วย 

ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในปีที่ผ่านมานักวิเคราะห์หลาย ๆ คนก็ได้ออกมาคาดการณ์ราคา Bitcoin ในอนาคตที่จะถึงอาทิเช่นการคาดการณ์ของนาย Mike Novogratz ที่กล่าวว่าราคาอาจไปได้สูงถึง $65,000 จนไปถึงบทวิเคราะห์ของสถาบันลงทุนอย่าง Citigroup ที่คาดการณ์ราคาอาจไปได้สูงถึง $318,000 หรือแฝด Winklevoss ที่ใช้โมเดลราคาทองคำและคาดการณ์ราคาสูงถึง $500,000


ด้วยความเป็นไปได้ที่ราคาอาจจะปรับตัวสูงขึ้นได้เรื่อย ๆ ทำให้เหล่านักขุดจึงยอมที่จะดำเนินการขุดแบบขาดทุนในช่วงแรก ๆ

การขาดแคลนอุปกรณ์ การขุด

การใช้อุปกรณ์ขุดที่สามารถเพิ่มให้ Hash rate สูงจะส่งผลให้มีโอกาสได้ BTC ง่ายขึ้น ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะต้องมี Hash rate ที่สูงและการกินไฟที่ต่ำเพื่อที่จะสามารถให้ความคุ้มค่าในการทำเหมือง Bitcoin  เช่นอุปกรณ์ Antminer S19 ที่หมดสต็อกไปจนถึงเดือนเมษายนปี 2021 สอดคล้องกับเหตุการณ์เมื่อปี 2017 ที่ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงและส่งผลให้อุปกรณ์ชั้นนำ ของ AMD และ Nvidia ขาดตลาดเพราะยุครุ่งเรืองของการขุด Bitcoin อีกด้วย

แต่อย่างไรก็ดีด้วยระบบของ Bitcoin นั้นให้ผลตอบแทนการขุดไว้ที่ 6.25 BTC ต่อ 10 นาที ซึ่งจะช่วยให้ราคาของ Bitcoin ไม่ได้รับปัญหาจากด้านอุปสงค์อุปทาน (Supply and Demand) มากนัก แต่การที่จะมีคนมาขุดเพิ่ม จะส่งผลให้อัตราของผู้อื่นที่ไม่ได้เพิ่มกำลังการขุดได้รับผลตอบแทนน้อยลงด้วย ฉะนั้นการที่อุปกรณ์ขุดขาดแคลนจึงทำให้ภาวะการแข่งขันในการขุดไม่คืบหน้าเร็วจนเกินไป

GBTC vs Bitcoin

Grayscale’s Bitcoin Trust (GBTC) ซึ่งเป็นการซื้อขายแบบ over the counter และทำให้ผู้ลงทุนสามารถเข้ามาลงทุนในหน่วยเงินดิจิทัลได้ผ่านโบรกเกอร์เหมือนการลงทุนทั่วไป

ซึ่งอัตรา Premium ที่ทาง Greyscale กำหนดให้ได้แม้ช่วงที่ราคา Bitcoin กำลังร่วงลงก็ยังสูงถึง 10% ส่วนในช่วงราคาพุ่งสูง Premium ที่สามารถให้ได้ก็สูงถึง 40% ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อีกทั้งราคาของ GBTC ยังคงอ้างอิงของราคา Bitcoin ทำให้แม้ราคาสูงกว่าแต่ก็ให้ผลตอบแทนที่คงที่มากกว่า 

ระบบอุปสงค์และอุปทานของ Bitcoin

อุปทานของ Bitcoin นั้นจะค่อนข้างคงที่โดยในการขุดทุก ๆ 1 บล็อก หรือเฉลี่ย 10 นาทีจะได้รับผลตอบแทนเพียงแค่ 6.25 BTCเท่านั้น ซึ่งจากการ Havling ทุก ๆ 4 ปี ของ Bitcoin จะทำให้จำนวนผลตอบแทนจากการขุดลดลงครึ่งหนึ่งโดยการ Halving ครั้งถัดไปในปี 2024 จะเหลือผลตอบแทนเพียง 3.125 Bitcoin ต่อ 1 บล็อก

ปัจจุบันมูลค่าตลาดรายวันของ Bitcoin เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 16.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อวัน ในขณะที่ GBTC เพิ่มขึ้น 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน เพิ่มขึ้นจาก 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อสัปดาห์เมื่อเดือนที่ผ่านมา

ซึ่งนำมาเทียบกันแล้วทำให้มีความต้องการเหรียญมากกว่าปริมาณที่เหรียญจะขุดได้อยู่ถึงประมาณ 6.9 เท่า สอดคล้องกับการที่ Square และ Paypal กำลังเตรียมเปิดรองรับสกุลดิจิทัลส่งผลให้มีความต้องการเหรียญมากขึ้นอีกด้วย

อีกทั้งเหตุการณ์ Halving จะส่งผลให้ในอนาคตจะมีจำนวนเหรียญเข้าสู่ระบบน้อยลง และอาจทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปอีกหากความต้องการยังคงสูงกว่าปริมาณเหรียญที่จะขุดได้ต่อไปเรื่อย ๆ เหตุการณ์นี้เคยส่งผลให้ในปี 2017 ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากที่ระดับ $1,000 ไปจนแตะที่ระดับ $20,000

แล้วจากเหตุการณ์ Halving ในปี 2020 ที่ผ่านไปแล้วในเดือนพฤษภาคมจะส่งผลในระยะเวลาอันใกล้นี้ด้วยหรือไม่ นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา: cointelegraph