4 กลยุทธ์การลงทุน Bitcoin ที่ดีที่สุดในปี 2020

การซื้อขาย Bitcoin ไม่เคยได้รับความนิยมมากไปกว่าตอนนี้และตลาดก็ไม่ได้แสดงอาการชะลอตัวลงเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นตอนนี้มันอาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณจะเข้ามาลงทุนใน Bitcoin

แม้ว่าปัจจุบันจะมีเครื่องมือการเทรด bitcoin อยู่เป็นจำนวนมาก แต่คุณยังต้องทำความเข้าใจในกลยุทธ์พื้นฐานเกี่ยวกับการลงทุนเสียก่อน

โดยในบทความนี้เราจะมาแนะนำกลยุทธ์การซื้อขายที่ดีที่สุดให้กับคุณ แต่สำหรับนักเทรดที่มีประสบการณ์ซื้อขายมาก่อนแล้ว อาจจะต้องรีเซ็ตความทรงจำและนำกลยุทธ์ใหม่มาใช้ในปี 2020

  • “ถ้าจ่ายเงินซื้อ Bitcoin 384 ล้านบาทตอนนี้ อีก 10 ปีเงินอาจเหลือพอแค่ซื้อขนม Snickers Bar” นาย Peter Schiff กล่าว
    Read
    “ถ้าจ่ายเงินซื้อ Bitcoin 384 ล้านบาทตอนนี้ อีก 10 ปีเงินอาจเหลือพอแค่ซื้อขนม Snickers Bar” นาย Peter Schiff กล่าว

ซึ่งนี่คือกลยุทธ์การเทรดทั้งหมดที่เราจะนำมาเสนอในบทความนี้ :

  • HODling
  • Hedging
  • Trend trading
  • Breakout trading

1. HODLing

หากผู้อ่านอยู่ในวงการคริปโตมาสักพัก จะเริ่มสักก็จะเริ่มเห็นคำว่า HODL ผ่าน ๆ ตาบ้างแล้ว หากใครยังไม่ทราบคำว่า HODL มาจากภาษาอังกฤษคำว่า Hold ที่แปลว่าการถือ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแสลงหรือมีมไปแล้ว แต่ความหมายยังเหมือนเดิมคือการถือเหรียญคริปโตต่อไป ไม่ยอมขาย 

ถึงแม้ว่าศัพท์ดังกล่าวจะถูกมองเป็นเรื่องตลก แต่มันก็ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ในการทำกำไรในวงการคริปโต เช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันนั้น มีนักลงทุนจำนวนมากทำการ HODL ตามกระแส เนื่องจากพวกเขาเชื่อกันว่า มันจะเป็นทำให้พวกเขาได้กำไรหลายเท่าตัวในที่สุด

ย้อนกลับไปในปี 2013 bitcoin มีการเติบโตเพิ่มขึ้นจาก $ 15 ต่อ BTC ไปเป็นมากกว่า $ 1,000 ในช่วงปลายปี และคำว่า “HODL” ก็ได้ปรากฏใน memes คริปโตจำนวนมากและขณะนี้เป็นกลยุทธ์การซื้อขายนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตามไม่ใช่กลยุทธ์นี้จะไม่มีความเสี่ยง ซึ่งราคา bitcoin ก็อาจลดลงแทนที่จะเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน นั่นคือเหตุผลที่เราแนะนำให้คุณวางแผนการจัดการความเสี่ยงหากคุณเลือกเส้นทางนี้

2. Hedging

Hedging คือ “การป้องกันความเสี่ยง” มันกลยุทธ์การซื้อขายอย่างหนึ่ง เนื่องจาก bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ดังนั้นมันจึงมีโอกาสที่คุณจะสูญเสียเงินในการซื้อขายในระยะสั้น และมันเป็นความคิดที่ดีหากคุณคิดที่จะป้องกันความเสี่ยง โดยการเปิดออเดอร์ตรงกันข้ามเพื่อช่วยลดความเสี่ยงเหล่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเปิดออเดอร์ Short ซึ่งหมายความว่าคุณต้องการเดิมพันว่าราคาจะร่วงลดลงเพื่อให้คุณสามารถซื้อ Bitcoin ได้ในราคาที่ต่ำกว่า ดังนั้นนักเทรดหลายคนจะเลือกที่จะกู้ยืม bitcoin จากโบรคเกอร์เพื่อทำการเทรดและคืนเงินที่พวกเขายืมมาในภายหลัง

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีความเสี่ยงหากราคาพุ่งขึ้นแทนที่จะร่วงลดลง คุณสามารถป้องกันความเสี่ยงด้วยสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายฟิวเจอร์แทนที่จะเป็นการแบบ Spot ในกรณีนี้คุณจะสามารถถือ bitcoin ด้วยความหวังว่าราคาจะสูงขึ้นในระยะยาว แต่เปิดสัญญา CFD เพื่อเดิมพันว่าราคาจะลดลงได้ ไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง กำไรของคุณจาก bitcoin หรือ CFD ก็จะชดเชยการสูญเสียทั้งหมด

3. Trend Trading

Trend Trading คือ กลยุทธ์การซื้อขายที่ขึ้นอยู่กับแนวโน้มปัจจุบันของตลาด Bitcoin :ซึ่งคุณจะต้องจับตาดูสิ่งที่ผู้อื่นพูดถึงและแผนการของพวกเขา 

ตัวอย่างเช่น bitcoin กลายเป็นที่นิยมอย่างไม่น่าเชื่อในปี 2017 เมื่อราคาเพิ่มขึ้นเป็นสูงแตะระดับ $ 20,000 ต่อ BTC ซึ่งมันมีเหตุผลหลายประการสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เหตุผลหลัก ๆ คือ bitcoin มีการโปรโมตมากมาย และนั่นหมายถึงผู้คนจำนวนมากมีแผนที่จะเพิ่มการยอมรับและมูลค่าของ bitcoin 

คุณสามารถมีส่วนร่วมในการซื้อขายตามแนวโน้มในช่วงเวลาใดก็ได้ไม่ว่าจะเป็นรายวัน ,รายสัปดาห์ , รายเดือนหรือรายปี คุณเพียงแค่ต้องคาดการณ์ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

เพื่อจุดประสงค์นั้น คุณสามารถใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อช่วยในการคาดเดาเช่น การวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยใช้ดัชนี RSI และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (moving averages)

แม้ว่าการซื้อขายตามแนวโน้มจะมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างน้อยกว่ากลยุทธ์ในแบบอื่น ๆ แต่คุณต้องจำเอาไว้ด้วยว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อราคาของ bitcoin นั่นยังรวมถึงกรณีการใช้งานของ bitcoin , เหรียญคริปโตตัวอื่น ๆ ที่เข้าสู่ตลาดและกฎระเบียบของรัฐบาล

4. Breakout Trading

การเทรดแบบ Breakout Trading นั้นคล้ายกับการซื้อขายตามแนมโน้มของตลาด แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ คุณจะทำการซื้อหรือขาย bitcoin ที่จุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของเทรนด์ 

การใช้กลยุทธ์นี้ก่อนอื่นเลยคุณจะต้องเข้าใจในระดับแนวรับและแนวต้านของกราฟราคา bitcoin หรือจุดที่ราคา bitcoin จะไม่ร่วงลดลงไปต่ำกว่านี้หรือสูงไปกว่านี้

แต่หากจุดที่ระดับเหล่านี้เกิดการเบรคตัวขึ้นหรือลง นั่นจะเรียกว่า “Breakout ” เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น โดยปกติแล้วเรามักจะเห็นความผันผวนอย่างรุนแรงกับราคา

ซึ่งเคล็ดลับก็คือ การคาดการณ์เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปอย่างถูกต้อง

หากคุณสามารถทำเช่นนั้นได้ คุณสามารถทำการซื้อหรือขาย bitcoin ณ จุดที่ดีที่สุด มันมีหลายวิธีที่จะระบุระดับแนวรับและแนวต้าน ไม่ว่าจะการดูจากระดับโวลลุ่ม ,  RSI หรือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และเมื่อคุณทราบแนวรับ แนวต้านแล้วคุณก็สามารถเปิดออเดอร์ซื้อหรือขายในราคาที่เหมาะสม

สุดท้ายนี้เราหวังว่าคุณจะได้พบกับกลยุทธ์การซื้อขาย Bitcoin ที่จะทำให้คุณรวยในปี 2020 แนวทางทั้ง 4 ข้อที่เราได้กล่าวไปข้างต้นนั้นได้รับการทดสอบแล้วทดสอบอีก แต่อย่าลืมว่าคุณทำการศึกษาเพิ่มเติมอยู่เสมอ

ที่มา : bitcoinmagazine