3 เหรียญคริปโต 3 อันดับแรกที่จะมาอนาคตโปรโตคอล Layer-1 ในยุคต่อไป

แม้ Bitcoin และ Ethereum จะยังคงเป็นโปรโตคอลพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างในอุตสาหกรรมคริปโต แต่ถึงกระนั้นโปรโตคอลเลเยอร์ 1 ที่เราจะมานำเสนอในบทความนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันมีศักยภาพมากพอที่จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของอุตสาหกรรมด้านบล็อกเชน

Radix

Radix เป็นโปรโตคอล Layer-1 ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับภาคการเงินแบบกระจายอำนาจ ( DeFi) โดยเฉพาะ แพลตฟอร์ม Radix จะทำการปรับขนาดโดยไม่มีแรงเสียดทาน ด้วยการปรับขนาดเชิงเส้น (scales linearly) ที่มาพร้อมกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น  โดยอัลกอริทึม consensus “Tempo” ตัวล่าสุดของ Radix ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการประมวลผลธุรกรรมที่รวดเร็วระดับ 1.4 ล้านรายการต่อวินาที  ในขณะที่กระบวนการตรวจสอบข้อมูลของ “Cerberus” สามารถปรับขนาดได้อย่างไม่จำกัด

ด้วยการออกแบบ future-proof core นี้ Radix ตั้งเป้าที่จะกลายเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นมิตรกับนักพัฒนามากที่สุดในภาค Defi ซึ่งส่วนประกอบหลัก ๆ คือ Radix Component Catalog ซึ่งเป็น Library ของโค้ดแบบ Open source ที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำส่วนประกอบที่มีอยู่เดิมกลับมาใช้ใหม่ได้ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบการพัฒนา dApp และช่วยลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ที่เกิดจากการแก้ไขโค้ดที่กดคัดลอกจากตัวของนักพัฒนา (Human Error) อีกด้วย

นักพัฒนาสามารถเพิ่มส่วนประกอบลงใน Component Catalog และรับผลตอบแทนได้โดยตรงผ่าน Radix on-ledger Developer Royalties เมื่อผู้ใช้คนอื่นเริ่มใช้งาน ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า Radix ได้รวบรวมโร้ดแมพที่น่าเชื่อถือไว้สำหรับนักพัฒนา dApp ในรุ่นต่อไป

Radix จะมอบความสามารถในการปรับขนาดและเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ จากผลของการวิจัยและการพัฒนามานานกว่า 7 ปีจะช่วยโปรโตคอลนี้ฉีกกฎโปรโตคอลแบบเดิม ๆ และนำแนวคิดใหม่มาสู่โลกยุคใหม่

Polkadot

Polkadot น่าจะเป็นโปรโตคอล Layer-1 ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด นับตั้งแต่แยกตัวออกมาจาก Ethereum ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักพัฒนาที่อยู่เบื้องหลังอย่าง นาย Gavin Wood อดีต CTO ของ Ethereum และเป็นผู้เขียน Whitepaper ของ Ethereum ในปี 2014 

อย่างไรก็ตาม Polkadot ไม่ได้เลียนแบบโปรเจกต์ของ Ethereum ไปซะทั้งหมด แต่ยังมีแตกต่างด้วยการเป็นเครือข่ายแบบ multi-chain ที่คอยจัดการกับปัญหาต่าง ๆ เช่นความสามารถในการปรับขนาดและความสามารถในการทำงานร่วมกันในรูปแบบใหม่เช่นการ sharding และ parachains

Polkadot ถูกพัฒนาโดยทีมนักพัฒนาเบื้องหลังกว่า 100 คนเป็นโปรโตคอลแบบ Open source ที่มีความเป็นเฉพาะตัวและทำงานร่วมกับเครือข่ายบล็อกเชนที่มีความคล่องสูง ทำให้สามารถทำงานร่วมกันเครือข่ายต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ Polkadot ยังมีความสามารถในการอัพเกรดการกำกับดูแลที่โปร่งใสและความสามารถในการทำงานข้ามเครือข่าย

ด้วยมูลค่าตลาดมากกว่า 1.5 พันล้านเหรียญดอลลาร์ Polkadot จึงกลายเป็นหนึ่งในเหรียญคริปโตที่มีมูลค่ามากที่สุดภายในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนเกี่ยวกับอนาคตของ Polkadot

Cardano

Cardano เป็น Blockchain ตัวแรกที่ได้รับการสนับสนุนโดยสถาบันวิจัยต่าง ๆ มากมาย รวมถึงมหาวิทยาลัย University of California เมื่อเร็ว ๆ นี้ 

Cardano เป็นโครงการ Open source ที่พยายามอำนวยความสะดวกที่ครอบคลุมในเรื่องความยุติธรรมและยืดหยุ่นสำหรับแอปพลิเคชันทางการเงินและโซเซียลในอนาคต

Cardano ถูกเขียนด้วยภาษาโปรแกรม Haskell ที่มีความปลอดภัยสูงและใช้โปรโตคอล Proof of Stake (PoS) ที่เรียกว่า Ouroboros ซึ่งออกแบบโดยนักเข้ารหัสจากสถาบันการศึกษาทั้งหมด 5 แห่ง

Cardano จะช่วยให้ผู้ถือโทเค็น ADA ได้รับรายได้โดยการวางหลักประกันของตนใน Stake Pool โดยมูลค่าของการ Stake คือวิธีการที่ Ouroboros กำหนดว่าใครจะได้เพิ่มบล็อกถัดไปในเครือข่ายและได้รับรางวัลเป็นการตอบแทน

Cardano อยู่ในช่วงระหว่างไปเปลี่ยนผ่านไปสู่เครือข่ายกระจายอำนาจ หลังจากนั้นโครงการจะกลายเป็นของชุมชนและอยู่ภายใต้การปกครองของผู้ใช้โดยสมบูรณ์ เช่นเดียวกับ Radix และ Polkadot

นอกจากนี้ Cardano ยังมีแผนสำหรับ DeFi ด้วย Mary hard fork ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งช่วยให้สิ่งต่าง ๆ เช่นการ forging token และบัญชีแยกประเภทแบบ multi-asset กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ อีกทั้ง Cardano ยังสร้างภูมิทัศน์ DeFi ที่ยั่งยืนมากขึ้นด้วยการลดต้นทุนค่าธรรมเนียม gas ให้ถูกลง

จากที่กล่าวมาข้างต้นชี้เห็นได้ว่าโปรเจกต์เหรียญคริปโตเหล่านี้อาจกลายมาเป็นโปรโตคอล Layer-1 สำหรับนักพัฒนาในยุคต่อไป ด้วยความสามารถในการปรับขนาดที่สามารถยกระดับวงการคริปโตไปก้าวอีกขั้น