3 เหตุผลที่อาจทำให้ราคา BITCOIN ร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปี 2020 เป็นปีที่ตลาด Bitcoin มีความผันผวนราวกับรถไฟเหาะ เนื่องจากการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของเชื้อไวรัสโคโรน่าส่งผลทำให้ราคาร่วงลดลงเกือบ 60% แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นานราคาของ Bitcoin ก็สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้และพุ่งขึ้นกว่า 220% จนทำให้นักเทรดหลายคนงงงวยไปตาม ๆ กัน

ในขณะนี้เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า Bitcoin ยังคงอยู่ในโซนกำไรและผลตอบแทนของมันนั้นก็ยังคงสูงกว่าตลาดหุ้นแบบดั้งเดิมถึง 50% ในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 4 ราคา Bitcoin ยังมีโอกาสที่จะร่วงลดลงได้อีก ซึ่งนี่คือ 3 เหตุผลที่อาจทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลดลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

1 ความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งของสหรัฐฯ

ราคา Bitcoin นั้นมีการเคลื่อนไหวที่เกือบจะเหมือนกับตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงท้ายของไตรมาสที่ 3  ซึ่งตอนนี้นักเทรดคริปโตกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน แม้ผลการสำรวจจะแสดงให้เห็นแล้วว่านาย Joe Biden ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งจากพรรคเดโมแครตอาจชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็ตาม

  • จำนวนกระเป๋าเก็บ Bitcoin แบบใช้งานต่อเนื่องพุ่งแตะ 1,000,000 Address สร้างสถิติใหม่แล้ว
    Read
    จำนวนกระเป๋าเก็บ Bitcoin แบบใช้งานต่อเนื่องพุ่งแตะ 1,000,000 Address สร้างสถิติใหม่แล้ว

เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายโดนัล ทรัมป์ กล่าวว่าเขายังจะไม่ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีไปแบบง่าย ๆ  เนื่องจากเขายังมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการฉ้อโกงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งคำพูดของเขานั้นส่งผลทำให้นักลงทุนต่างพากันเทขายหุ้นทิ้งทั้งหมดและโยกย้ายเข้าสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 9% ในเดือนกันยายน

อย่างไรก็ตามสำหรับตุลาคมนั้นคาดว่าราคา Bitcoin และตลาดหุ้น Wall Street จะยังคงมีความผันผวนที่รุนแรงเกิดขึ้น ดังนั้นเหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งจึงมีโอกาสร่วงลงมาสู่แนวรับสำคัญก่อนหน้านี้ที่ระดับ 10,400 ดอลลาร์ ,  10,200 ดอลลาร์และ 10,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

2 ความไม่ชัดเจนในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

อีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลดลงก็คือการเพิ่มขึ้นของจำนวนหนี้เสียในสหรัฐฯ

ความไม่ชัดเจนในข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งที่สองนั้นเป็นสาเหตุของความกังวลสำหรับผู้ว่างงานและบริษัทธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก เนื่องจากนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ดังนั้นตลาดจึงมีแนวโน้มที่จะได้เห็นการเพิ่มขึ้นของเหล่าอาชญากร , การจำนอง , เงินกู้สินเชื่อ ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

และนี่อาจทำให้ดัชนีหุ้น S&P 500 ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ร่วงลดลง และส่งผลกระทบไปถึงตลาด Bitcoin ได้ เนื่องจากความสัมพันธ์ที่คล้ายกันระหว่าง Bitcoin และ S&P 500

3 การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าระลอกใหม่

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะยังคงมีการซื้อขายอยู่ภายใต้ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าระลอกที่สอง ซึ่งการแพร่ระบาดอาจส่งผลทำให้เกิดการปิดตัวทางธุรกิจอีกรอบและนักลงทุนอาจถูกบังคับให้โยกย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง เช่นเงินดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาล

นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนมีนาคม ความเชื่อมั่นที่คล้ายกันนี้ส่งผลทำให้ตลาด Bitcoin ร่วงลงอย่างหนัก ดังนั้นหากเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสครั้งใหม่เกิดมาจริง ๆ ตลาดคริปโตอาจต้องเผชิญกับการล่มสลายเช่นเดียวกับเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ที่มา : bitcoinist