3 เหตุผลที่ราคา Bitcoin ไม่ร่วงตามราคาตลาดหุ้นบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ

ดูเหมือนว่าการแห่เทขายหุ้นเทคโนโลยีของนักลงทุนในสัปดาห์นี้ จะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อราคา Bitcoin 

เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากหุ้นเทคโนโลยีนั้นคิดเป็นประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มดัชนีหุ้น S&P 500  ในขณะเดียวกันดัชนี NASDAQ ของสหรัฐฯ ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอนกับดัชนี S&P 500 แต่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับ Bitcoin โดยทั้งสองตลาดมีการเคลื่อนไหวในรูปแบบที่สอดคล้องกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ หลังนักลงทุนโยกย้ายเงินลงทุนออกจากคลังที่ให้อัตราดอกเบี้ยติดลบและเงินดอลลาร์สหรัฐที่กำลังอ่อนค่าลง

อย่างไรก็ตามนักลงทุนในตลาดทั้ง S&P 500 และ Bitcoin เริ่มมีความเห็นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในสัปดาห์นี้ เหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งยังคงอยู่ในโหมดขาขึ้นและยืนหยัดต่อสู้กับการทุบราคาหุ้นเทคโนโลยีของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยนี่คือ 3 เหตุผล ที่ชี้ให้เห็นว่าทำไมราคาของ Bitcoin ถึงไม่ร่วงลดลง หลังการทุบราคาหุ้นเทคโนโลยี 

  • ธนาคารยักษ์ใหญ่ JP Morgan คาดนักลงทุนรายใหญ่อาจเลิกลงทุนทอง ETF และหันมาหา Bitcoin แทน
    Read
    ธนาคารยักษ์ใหญ่ JP Morgan คาดนักลงทุนรายใหญ่อาจเลิกลงทุนทอง ETF และหันมาหา Bitcoin แทน

# 1 การจัดสรรพอร์ตลงทุนใหม่

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างหลั่งไหลเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี เพราะพวกเขาเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 นั่นจะผลักดันให้ธุรกิจทางออนไลน์พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกันพวกเขาต่างก็ได้เทขายหุ้นของบริษัทที่ใกล้ชิดกับผู้คนเช่น สายการบิน, โรงแรมและแม้แต่บริษัทด้านพลังงานที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล่านี้

ในสัปดาห์นี้ผู้ผลิตยา Pfizer และพาร์ทเนอร์ BioNTech ได้ประกาศความคืบหน้าเกี่ยวกับเปิดตัววัคซีนป้องกันไวรัส Covid-19 ในเฟสที่ 3 โดยผลการทดลองพบว่า ยาที่ใช้ในการทดสอบสามารถช่วยรักษาผู้ป่วย Covid-19 ให้มีอาการดีขึ้นถึง 90% หลังข่าวดังกล่าวแพร่สะพัดออกไป นักลงทุนต่างแห่เทขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อหันมาซื้อหุ้นที่กล่าวไปข้างต้นแทน


เป็นผลให้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าดัชนีหุ้น S&P 500 และ Nasdaq Composite ที่เต็มไปด้วยหุ้นเทคโนโลยี ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังปรากฏให้เห็นนอกตลาดหุ้น โดยทองคำซึ่งทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์เก็บรักษามูลค่าในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงได้เห็นมูลค่าร่วงลดลงอย่างรุนแรงในสัปดาห์นี้

ทองคำมีมูลค่าร่วงลดลงกว่า 4.58 เปอร์เซ็นต์ในวันจันทร์ ก่อนที่จะพยายามดีดตัวขึ้นมาเล็กน้อยในวันอังคาร หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 0.83 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมาเริ่มมีสัญญาณการกลับตัวเกิดขึ้นให้เห็นอีกครั้ง

ในช่วงเวลาเดียวกัน Bitcoin ก็ต่อสู้และพยายามไม่ให้ราคาร่วงลดลงต่ำกว่าระดับ 15,000 ดอลลาร์ โดยราคาปรับตัวลดลงกว่า 0.91 เปอร์เซ็นต์ในวันจันทร์และอีก 0.18 เปอร์เซ็นต์ในวันอังคาร

โดยรวมแล้ว Bitcoin ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการจัดสรรพอร์ตของนักลงทุน ซึ่งต่างจากเดือนมีนาคมที่ราคาได้ร่วงลงอย่างรุนแรง

# 2 ช่วงขาขึ้นในระยะยาว

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคา Bitcoin ได้พุ่งขึ้นแตะระดับ 16,000 ดอลลาร์ในช่วงสั้น ๆ  ก่อนที่ราคาจะร่วงลดลงอย่างรุนแรงในเช้าวันถัดไป โดยราคาร่วงลดลงเหลือเพียง $ 15,100 เท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นราคาก็ได้เริ่มดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่านักเทรด Bitcoin ไม่ค่อยรู้สึกกังวลเกี่ยวกับข่าวการเปิดวัคซีนมากนัก นอกจากนี้มันยังพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขายังคงมีความเชื่อมั่นในแนวโน้มระยะยาวของราคา Bitcoin อีกด้วย 

“ราคา Bitcoin ยังคงพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ติดลบและความต้องการพิมพ์เงินที่มากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ” นักวิเคราะห์ตลาดกล่าว

# 3 การสนับสนุน BITCOIN ของนาย STAN DRUCKENMILLER

เมื่อไม่นานมานี้มหาเศรษฐีนักลงทุน Stan Druckenmiller กล่าวยอมรับว่า ตอนนี้เขาได้ถือครองเหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลก ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสื่อ CNBC

โดยเขากล่าวว่า เขารู้สึกเชื่อมั่นในแนวโน้มระยะยาวของ Bitcoin มากกว่าหากเทียบกับทองคำ :

“มันมีสินทรัพย์ที่น่าสนใจมากมายที่สามารถเก็บรักษามูลค่าได้ สำหรับทั้งคนรุ่นมิลเลนเนียลและเงินใหม่ในฝั่งตะวันตก ซึ่งอย่างที่คุณรู้ พวกเขามีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลอยู่ในมือ”