3 สิ่งที่คุณสามารถช่วยทำให้ Bitcoin เป็นที่นิยมมากขึ้นได้แบบไม่รู้ตัว

ตลาด cryptocurrency ในช่วงนี้เริ่มที่จะดูไม่ค่อยต่างจากปี 2017 เท่าไรนัก โดยหากลองดูจากเมื่อปีที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าการค้นหาคำว่า Bitcoin นั้นได้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงไปพร้อม ๆ กับราคาของมัน และนั่นทำให้สื่อกระแสหลักและผู้คนนอกตลาดคริปโตเริ่มที่เข้ามาในวงการนี้เป็นจำนวนมาก และแม้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่มีการระบาดของ COVID-19 อยู่ แต่มันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอีกปีหนึ่งสำหรับวงการคริปโตที่น่าตื่นตาตื่นใจเช่นกัน

อีกหนึ่งบทสนทนาที่ดูเหมือนว่าจะน่าสนใจอย่างมากท่ามกลางกระแสขาขึ้นนี้ก็คือ นักลงทุนสถาบันที่เริ่มเข้ามาในตลาดที่มากขึ้น ซึ่งบริษัทเหล่านี้ หรือสถาบันการเงินเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มคนที่เคยออกมาล้อเลียนหรือด่า Bitcoin เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Goldman Sachs หรือ JP Morgan ก็ตาม แต่ในตอนนี้พวกเขานั้นดูเหมือนว่าจะมีท่าทีต่อคริปโตที่เปลี่ยนไป และเข้ามาร่วมลงทุนในตลาดนี้ในท้ายสุด ซึ่งท่ามกลางมูลค่าตลาดที่เริ่มมีมากกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์นั้น ส่งผลทำให้ Bitcoin นั้นมีอัตราผลตอบแทนกำไรที่มากกว่าของทองคำแล้ว และมันยังเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ ของนักลงทุนในการใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อนั่นเอง

หากคุณเคยอ่าน whitepaper ของ Satoshi Nakamoto นั้นจะพบว่า Bitcoin นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่แนวคิดของเงินที่เอาไว้ใช้ป้องกันความเสี่ยงต่อการสูญเสียมูลค่าเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นมาท่ามกลางความล้มเหลวของสถาบันการเงิน และรวมถึงนโยบายการเงินของรัฐบาล ซึ่งท้ายสุดนั้นมันก็เปรียบได้กับการเป็นตัวโซลูชันที่เอาไว้ใช้ป้องกันความล้มเหลวจากรัฐบาลที่ใช้งานได้ในทุก ๆ วันนั่นเอง

  • โบรกเกอร์ชั้นนำในไทย Trinity คาดราคา Bitcoin จะมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน หลังร่วงแตะ $30,000
    Read
    โบรกเกอร์ชั้นนำในไทย Trinity คาดราคา Bitcoin จะมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน หลังร่วงแตะ $30,000

แม้ว่าเราจะได้เห็นนักลงทุนสถาบันและธนาคารที่แห่กันเข้ามาช้อนซื้อ bitcoin เป็นจำนวนมาก ส่งผลทำให้ความนิยมของมันนั้นเพิ่มขึ้นตามในแง่ของการเป็นตัวเก็บมูลค่า แต่อย่างไรก็ตามหากลองมองดูในแง่ของการเป็นสกุลเงินเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว bitcoin ยังคงห่างไกลจากความเป็นจริงตรงนี้อยู่มาก ดังนั้นคำถามที่ตามมาก็คือ เราจะมีส่วนช่วยทำให้มันได้รับความนิยมในด้านนี้ได้อย่างไรบ้างนะ?

การใช้เพื่อซื้อของ Online

ในอดีตที่ผ่านมา bitcoin นั้นถูกมองว่าเป็นเหมือนกับสินทรัพย์ที่เอาไว้ใช้หลีกเลี่ยงรัฐบาล และการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามเมื่ออัตราการปรับตัวใช้ Crypto ทั่วโลกนั้นมีมากขึ้น และมีบริษัทเป็นจำนวนมากที่เริ่มเปิดรับ Bitcoin กันอย่างกว้างขวาง หรือเหรียญคริปโตอื่น ๆ ในด้านการเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนแล้วนั้น เทรนด์ดังกล่าวก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้า ๆ


เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมาบริษัท BitPay หรือผู้ให้บริการด้านการประมวลผลธุรกรรมคริปโตเพื่อการช็อปปิงนั้นเผยว่า Microsoft กลายเป็นบริษัทแห่งแรกที่รับ Bitcoin เพื่อเป็นช่องทางในการซื้อสินค้าดิจิทัล นอกเหนือจากนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2020 ที่ผ่านมาเราได้เห็นการออกมาประกาศรับ Bitcoin ของ PayPal อีกด้วย และด้วยการที่ PayPal เปิดให้ผู้คนได้นำเอา Bitcoin ไปใช้ซื้อสินค้ากับพ่อค้าแม่ค้าที่ผูกบัญชี PayPal ดังกล่าวแล้วนั้น อาจทำให้อัตราความนิยมของการใช้งาน Bitcoin เพื่อนำเอาไปซื้อสินค้าออนไลน์นั้นมีสูงขึ้นอีกด้วยนั่นเอง

การใช้ Bitcoin เพื่อโอนเงินระหว่างประเทศ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้เรียนรู้ท่ามกลางการระบาดของไวรัส COVID-19 นั้นก็คือการทำให้ทุกอย่างอยู่ในรูปแบบดิจิทัล แม้ว่าก่อนหน้านี้เราได้เห็นการส่งและรับเงินไปมาทั่วโลกแล้วก็ตาม แต่ cryptocurrency นั้นก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดังกล่าว เนื่องมาจากตัวแปรหลัก ๆ อย่างเช่นความเร็ว, ความสะดวก, และค่าธรรมเนียมที่ต่ำหากเทียบกับการโอนเงินแบบเก่า ๆ สิ่งเหล่านี้กำลังทำให้ bitcoin นั้นกลายมาตัวเลือกในการโอนเงินระหว่างประเทศที่ดึงดูดผู้คนได้เป็นจำนวนมากนั่นเอง

หลาย ๆ ประเทศนั้นเคยออกมาเตือน พร้อมแบน Bitcoin โดยบอกว่ามันผิดกฎหมาย แต่ภายหลังพวกเขาก็รู้ซึ่งดีว่าแม้จะทำไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร จนกระทั่งในตอนนี้เราได้เห็นบริษัทด้านการเดินทางและท่องเที่ยวหลายแห่งที่เปิดรับ Bitcoin เป็นหนึ่งในช่องทางการใช้จ่ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเช่าโรงแรม, จองตั๋วเครื่องบิน และอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งในอนาคตเราอาจจะได้เห็นบริษัทด้านการเดิมทางแทบจะทั่วโลกเริ่มหันมารับเหรียญเหล่านี้เป็นช่องทางในการจ่ายเงินก็เป็นได้ และนั่นก็ถือเป็นโอกาสของผู้ที่ถือ Bitcoin ในตอนนี้

ใช้ตู้ ATM Bitcoin

จริง ๆ แล้วเป้าหมายที่แท้จริงนั้นดูเหมือนว่าจะไม่ใช่การกำจัดสกุลเงินของโลกเก่าให้หมดลงจากโลกนี้ไป แต่เป็นการสร้างโลกที่ bitcoin สามารถที่จะอยู่ร่วมได้กับสกุลเงินอื่นๆ นั่นเอง และตู้ ATM Bitcoin นั้นก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เป้าหมายนี้บรรลุได้ด้วยนั่นเอง โดยตู้เหล่านี้ทำให้ผู้คนสามารถที่จะซื้อ BTC ได้ด้วยบัตรเครดิต หรือแลก Bitcoin เป็นเงินสดก็ทำได้เช่นกัน

ปัจจุบันตู้ ATM Bitcoin ทั่วโลกนั้นได้มีมากกว่า 13,000 แห่งใน 71 ประเทศแล้ว แม้ว่าตู้เหล่านี้จะยังดูน้อยเกินไปหากเทียบกับสัดส่วนประชากรบนโลกนี้ แต่เทรนด์ตัวเลขดังกล่าวนั้นก็เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปีอย่างช้า ๆ โดยเฉลี่ยแล้วมีตู้ ATM ดังกล่าวที่ถูกเพิ่มขึ้นมา 1 ตู้ต่อชั่วโมง และก็ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าตู้เหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงวงการให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นนั่นเอง

สรุป

ท่ามกลางความนิยมของ cryptocurrency ที่กำลังมีมากขึ้นบนโลกนี้ เทคโนโลยี Blockchain นั้นก็ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้ในหลาย ๆ อุตสาหกรรมอย่างไม่แพ้กันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นในด้าน supply chain, การแพทย์, และอาหาร และอื่น ๆ อีกมากมาย