3 สาเหตุที่ราคา Bitcoin ร่วงลงไปแตะระดับ 46,000 ดอลลาร์ในวันนี้

เช้าวันนี้ถือว่าเป็นเช้าที่แสนหดหู่ของนักเทรดคริปโตหลาย ๆ คน เนื่องจากราคา Bitcoin นั้นได้ร่วงลงไปแตะระดับจุดต่ำสุดที่ระดับ 46,000 ดอลลาร์บนเว็บกระดานเทรดหลายแห่ง

โดยภายหลังจากราคา Bitcoin นั้นได้ฟื้นตัวขึ้นไปแตะที่ระดับ 52,600 ดอลลาร์เมื่อช่วงวันพุธที่ผ่านมา แรงซื้อในตลาด Bitcoin นั้นก็เริ่มที่จะชะลอตัวลง ท่ามกลางการเทขายในแบบที่หลาย ๆ คนต่างเห็นก็ช็อคไปตาม ๆ กัน

การร่วงลงของราคาส่งผลทำให้หลายคนเริ่มตั้งข้อสังเกตกันแล้วว่า อะไรที่อยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่นักเทรดคริปโตในวันนี้ และในบทความนี้เราจะมาหาคำตอบไปด้วยกัน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น 

ในวันนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีดีดตัวขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับ 1.58% ไปแล้ว แน่นอนว่าพันธบัตรและตลาดคริปโตนั้นมีความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันในด้านสินทรัพย์ปลอดภัย (Store of Value) ดังนั้นการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจึงส่งผลทำให้เม็ดเงินหลั่งไหลออกจากตลาดคริปโตไปเข้าไปสู่พันธบัตรที่ดูน่าจะมีความที่เสี่ยงน้อยกว่าแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน

โดยปกติแล้วการฟื้นตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรนั้น มักจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มกลับมาดีขึ้นแล้ว และสิ่งนี้ทำให้ความต้องการ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยยิ่งดูมีความต้องการลดน้อยลงไปอีก

ค่าเงินดัชนีดอลลาร์ที่พุ่งสูงขึ้น

เป็นที่ทราบกันดีว่าดัชนีค่าเงินดอลลาร์นั้นว่ามีความสัมพันธ์แบบผกผันกับ Bitcoin หรือหากจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เมื่อไหร่ที่ค่าดัชนีเงินดอลลาร์พุ่งสูงขึ้น ราคา Bitcoin มักจะมีการเคลื่อนไหวที่ร่วงลดลง แต่ตรงกันข้ามหากค่าดัชนีเงินดอลลาร์ร่วงลดลง ราคา Bitcoin ก็มักจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นสวนทาง


กราฟ DXY บน Tradingview แสดงให้เห็นว่า ดัชนีเงินดอลลาร์ได้ร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ระดับ 89.21 เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา โดยหลังจากนั้นไม่นานราคาก็ค่อย ๆ ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และบวกขึ้นมา 0.37 เปอร์เซ็นในวันนี้ 

ค่าดัชนีเงินดอลลาร์ที่พุ่งสูงขึ้น เป็นผลทำให้นักเทรดหลายคนต่างเริ่มเชื่อกันแล้วว่านี่อาจเป็นจุดกลับตัวของดัชนีค่าเงินดอลลาร์และมันอาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อราคา Bitcoin และตลาดคริปโตโดยรวมทั้งหมด

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการประกาศตัวเลขอัตราว่างงานของ (NonFarm Payroll) ที่หลายคนกำลังตั้งหน้าตั้งตารอในคืนนี้อีกด้วย ซึ่งคาดว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำไมนักลงทุนถึงได้ดึงเม็ดเงินของพวกเขาออกจากตลาด

ความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับตลาดหุ้น S&P 500 ที่พุ่งแตะจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือน

เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมาราคา Bitcoin ได้แสดงให้เห็นถึงระดับความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นแบบดั้งเดิมที่เพิ่มสูงขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือน ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองสินทรัพย์อยู่ในระดับนี้ก็คือเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020

ข้อมูลจาก Skew แสดงให้เห็นว่ากราฟเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin และดัชนีหุ้น S&P 500 นั้นได้พุ่งขึ้นไปแตะที่ระดับ 0.42 ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม โดยได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่าง Bitcoin และตลาดหุ้น ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกแล้วว่าสินทรัพย์นั้นกำลังจะถึงจุดที่สุกงอมหรือมาถึงจุดสูงสุดแล้ว และนั่นหมายความว่าราคา Bitcoin Future อาจทำให้มันมีแนวโน้มที่จะถูกกดดันจากตลาดหุ้นได้ หากมีการปรับฐานราคาเกิดขึ้น