3 สาเหตุที่บ่งบอกว่าราคา BITCOIN อาจกลับไปที่ $34,000 ภายในสัปดาห์นี้

ราคา Bitcoin นั้นร่วงลดลงอย่างรุนแรงกว่า 18% ในช่วงเมื่อวานนี้ ทว่าอย่างไรก็ตามในวันนี้ตลาดเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาและช่วยพยุงให้ราคา Bitcoin สามารถฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดที่ระดับ 27,678 ดอลลาร์ได้สำเร็จ 

นี่เป็นอีกหนึ่งในเหตุการณ์ที่ย้ำเตือนความทรงจำได้ดีที่สุดว่า เพราะเหตุใดราคา Bitcoin ถึงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากจุดต่ำสุดที่ระดับ 3,858 ดอลลาร์ในชเดือนมีนาคมไปเป็น 34,810 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม ซึ่งแตกต่างกับช่วง Bullrun ครั้งใหญ่ในเดือนธันวาคม 2017 อย่างสิ้นเชิง เพราะทุกครั้งที่ราคาย่อตัวลดลง มันมักจะดึงดูดผู้ซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมากและผลักดันให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นเสมอ 

โดยในบทความนี้ทางสยามบล็อกจะมานำเสนอ 3 สาเหตุที่บ่งบอกว่าราคา Bitcoin อาจหวนกลับไปที่ระดับ 34,000 ดอลลาร์อีกครั้งในสัปดาห์นี้

  • 4 สาเหตุที่ราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรงเมื่อวานนี้และมันจะไปทางไหนต่อ
    Read
    4 สาเหตุที่ราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรงเมื่อวานนี้และมันจะไปทางไหนต่อ

# 1 การเพิ่มเงินทุนของสถาบัน

ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา บริษัทการเงินยักษ์ใหญ่สองแห่งได้เปิดเผยการลงทุนใน Bitcoin และหนึ่งในนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในสิงคโปร์ Three Arrows Capital ที่ทุ่มเงินลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในกองทุนของ Grayscale Bitcoin Trust 

ในขณะเดียวกันบริษัทการลงทุน SkyBridge Capital ในนิวยอร์กก็เพิ่งลงทุนเป็นจำนวนเงินกว่า 25.3 ล้านดอลลาร์เพื่อเปิดตัว SkyBridge Bitcoin Fund LP โดยบริษัทมีแผนที่จะจัดหา “นักลงทุนที่ร่ำรวยจำนวนมากเพื่อเข้ามาลงทุนใน Bitcoin” ผ่านผลิตภัณฑ์ตัวใหม่


ข่าวดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันแล้วว่า เงินทุนของสถาบันนั้นกำลังหลั่งไหลเข้าสู่ตลาด Bitcoin ซึ่งไม่ใช่เพียงเพื่อการเก็งกำไรเท่านั้น แต่มันยังช่วยมีส่วนช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทอีกด้วย

“เราเชื่อว่า Bitcoin เพิ่งอยู่ในช่วงแรกของการเป็นสินทรัพย์ประเภทใหม่ที่น่าตื่นเต้น” นาย Anthony Scaramucci ผู้ก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการของ SkyBridge กล่าว “ ด้วยโซลูชันการกำกับดูแลระดับสถาบันที่เรามีในวันนี้ เราเชื่อว่ามันถึงเวลาแล้วสำหรับการจัดสรรเงินทุนเพื่อให้ลูกค้าของเราสามารถเข้าถึงพื้นที่สินทรัพย์ดิจิทัล”

# 2 การร่วงลดลงของค่าเงินดอลลาร์

เป็นที่ทราบกันดีว่าการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin นั้นมีความสัมพันธ์ที่ผกผันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งในระยะกลางและระยะยาว โดยในขณะที่เงินดอลลาร์ปรับตัวลดลงเกือบ 7% ในปีนี้ ราคา Bitcoin กลับเพิ่มขึ้นสวนทางมากกว่า 300%

นักวิเคราะห์กล่าวยืนยันว่า การลดลงของค่าเงินดอลลาร์นั้นบ่งบอกถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020

ในเดือนเดียวกันนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เปิดตัวโครงการเข้าซื้อพันธบัตรแบบไม่จำกัดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา นอกจากนี้ธนาคารกลางยังคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ใกล้กับศูนย์ ซึ่งเป็นนโยบายที่จะดำเนินต่อไป แม้ว่าตอนนี้จะเข้าสู่ปี 2021 แล้วก็ตาม

#3 การประชุม FOMC

ดูเหมือนว่าช่วงขาขึ้นของ Bitcoin ในช่วงนี้จะขึ้นอยู่กับคำคาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ

โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ธนาคารกลางได้เปิดเผยรายงานการประชุมของเดือนธันวาคม ซึ่งประธาน FED นาย Jerome Powell กล่าวยอมรับว่า สำนักงานของเขาจะยังคงอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยต่อไป รวมถึงการเข้าซื้อพันธบัตรมูลค่ากว่า 80 พันล้านดอลลาร์ในทุก ๆ เดือน ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกแล้วว่าช่วงขาขึ้นของ Bitcoin กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง