3 ปัจจัยพื้นฐานที่บ่งบอกว่า Bitcoin ยังคงเป็นขาขึ้นแม้ราคาจะร่วงต่ำกว่า 9,000 ดอลลาร์

เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาราคาของ bitcoin ได้ร่วงลงไปอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 9,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์เลยทีเดียว นอกจากนี้การร่วงของราคาดังกล่าวยังส่งผลทำให้นักเทรดบนตลาดฟิวเจอร์หลายคนต้องล้างพอร์ตกันเป็นจำนวนมาก

แต่กระนั้นนักวิเคราะห์หลายคนก็ยังคงมีมุมมองที่ดูเป็นด้านบวก โดยชี้ว่าเทรนด์ในระยะยาวของ bitcoin นั้นยังคงดูเป็นขาขึ้นอยู่ โดยหลักๆนั้นเกิดจากปัจจัยพื้นฐานทั้งหมด 3 ข้อนี้ด้วยกัน

นักขุดยังคงทำให้แรงขุดในเครือข่ายเพิ่มสูงขึ้น

 ก่อนหน้านี้อัตราแรงขุดในเครือข่ายบล็อกเชนของ bitcoin ได้ร่วงลงมาอย่างมากหลังจากการเกิด halving เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

  • ผู้เชี่ยวชาญเผยถึงสาเหตุที่วิกฤตโรคระบาดได้ทำลายขาขึ้นของตลาด Bitcoin อย่างย่อยยับ
    Read

การ halving ของ bitcoin นั้นทำให้รายได้ของนักขุดลดลงถึง 50% ดังนั้นนักขุดที่สายป่านไม่ยาวพอจึงต้องถูกบีบให้ออกไปจากตลาดอย่างน่าเศร้า

นาย Preston Pysh ได้ออกมากล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า 

“ในช่วงการ halving เมื่อปี 2016  ราคาของ bitcoin ได้เกิดการ sideway เป็นเวลา 9 วัน และหลังจากนั้นมันก็ร่วงลงไป 28 เปอร์เซ็นต์ และมันใช้เวลาประมาณ 100 วันรายการที่ราคาจะกลับมาถึงจุดก่อนการ halving ดังนั้นคุณจึงจะต้องทำการเตรียมใจสำหรับเครือข่ายในการปรับค่าความยาก และเมื่อนั้นโปรโตคอลก็จะทำการพาผู้โดยสารออกตัว (เป็นการเปรียบเปรยว่าราคาจะพุ่ง)”

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมณฑลหนึ่งในประเทศจีนที่เป็นสถานที่ยอดนิยมของเหล่านักขุด bitcoin กำลังเริ่มเข้าสู่หน้าฝน ส่งผลทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าในการขุดนั้นถูกลงอย่างมากจนทำให้นักขุดส่วนใหญ่สามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้ โดย CoinMetrics ได้รายงานไปแล้วเมื่อตอนช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่าอัตราแรงขุดในเครือข่ายของ bitcoin นั้นได้กลับมาสู่จุดก่อนการ halving แล้ว 

สิ่งนั้นส่งผลทำให้ตัวชี้วัดที่ชื่อว่า Hash Ribbons ที่เอาไว้ใช้ตรวจสอบค่าเฉลี่ยของอัตราแรงขุด bitcoin ในเครือข่ายเริ่มชี้ไปในด้านบวก โดยนาย Charles Edwards ผู้บริหารสินทรัพย์ดิจิทัลได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับตัวชี้วัดค่าแรงขุดดังกล่าวว่า 

“อัตราแรงขุดในเครือข่ายเริ่มฟื้นตัว ดูเหมือนว่ามันอาจจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยการส่งสัญญาณซื้อของตัวชี้วัด Hash Ribbons ยังคงต้องการโมเมนตัมของราคาขาขึ้นจากตรงจุดนี้ ดังนั้นมันอาจจะต้องใช้เวลานานกว่า 1 สัปดาห์”

ตัวชี้วัด Hash Ribbons ค่อนข้างที่จะมีความสำคัญ เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้มันเคยถูกใช้เพื่อทำนายขาขึ้นได้อย่างแม่นยำมาแล้ว

ผู้ถือ bitcoin ระยะยาวมองตลาดเป็นด้านบวก

ข้อมูลล่าสุดเผยให้เห็นว่าผู้ถือ bitcoin ในระยะยาวหรือ “HODLers” ส่วนใหญ่กำลังมองตลาดว่าเป็นไปในด้านบวก

นาย Rafael Schultze-Kraft จาก Glassnode ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับหัวข้อดังกล่าวที่มีการอธิบายว่าทำไมข้อมูลแบบ on-chain ถึงเผยให้เห็นว่า Bitcoin ในระยะยาวนั้นดูมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอย่างมาก โดยเขาได้ให้เหตุผลว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ถือ bitcoin ตัดสินใจที่จะถือ bitcoin ในระยะยาว เมื่อนั้นก็จะทำให้มีแรงเทขายน้อยลง

นอกจากนี้ยังมีบางจุดที่น่าสนใจจากข้อมูลการวิเคราะห์ของเขาดังนี้

  • มี bitcoin ประมาณ 61 เปอร์เซ็นต์ที่อยู่ในตลาดที่ยังไม่ได้ถูกเคลื่อนไหวมาเป็นเวลานานแล้วถึง 1 ปี
  • ตัวชี้วัด Coin Days Destroyed (จำนวนการทำธุรกรรม bitcoin ที่ถูกนับมาตั้งแต่วันที่มันถูกเคลื่อนไหว) รายปีนั้นได้ลดลงไปถึงจุดต่ำสุดหากนับมาตั้งแต่ปี 2016
  •  จำนวน bitcoin ที่ถูกถือไว้อยู่บนกระเป๋าของเว็บเทรดได้ลดลงอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
  • Address ของผู้ถือเหรียญระยะยาวกำลังทำการซื้อเพิ่ม แต่ไม่ได้ทำการเทขายออกไป

นักวิเคราะห์คาดเงินดอลลาร์จะมีมูลค่าที่ลดลง

 CEO ของบริษัท Koyfin นาย Rob Koyfman ได้ออกมากล่าวแสดงความเห็นว่าปัจจุบันสกุลเงินดอลลาร์กำลังอ่อนค่าไทยกับสกุลเงินต่างประเทศอื่นๆ และนั่นหมายถึงราคา bitcoin ที่จะเพิ่มขึ้นด้วย โดยเขากล่าวว่า 

“ความพยายามของ Fed ในการทำ QE เพิ่มอาจทำให้สกุลเงินดอลลาร์ต้องมาถึงจุดเปลี่ยน หากมูลค่าของมันทำลายแนวรับ ก็จะถึงจุดที่ราคาของมันจะลดลงไปเรื่อยๆ และการลดลงของสกุลเงิน USD ก็จะถือเป็นตัวเร่งทำให้ราคาของ bitcoin พุ่งไปแตะจุดสูงสุดเร็วขึ้น”