3 ประเภทของเหรียญคริปโต และกลยุทธ์การรับมือ สไตล์ Siam Blockchain

นับตั้งแต่เปิดศักราช 2021 มานี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Cryptocurrency และ Bitcoin เป็นคำศัพท์ที่ได้ยินทะลุทะลวงผ่านแก้วหูกันมาอย่างนับไม่ถ้วนของผู้คนที่อยู่ทั้งในและนอกวงการ แสดงให้เห็นว่าเป็นปีทองของสกุลเงินดิจิทัลอย่างแท้จริง

ซึ่งนอกเหนือจากการใช้งานที่เป็นประโยชน์ในด้านการทำธุรกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการเงินแล้ว ยังสามารถใช้ทำกำไรจากการซื้อขายผ่านกระดานเทรดและแพลตฟอร์มผู้ให้บริการได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามบทความนี้ Siam Blockchain จะทำการวิเคราะห์เพื่อแสดงความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับประเภทของเหรียญคริปโตและกลยุทธ์ในการรับมือเหรียญเหล่านี้ โดยบทความดังกล่าวนี้ถือเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น ผู้อ่านไม่ควรนำไปใช้ประกอบการลงทุนแต่อย่างใด

ประเภทที่ 1: พี่ใหญ่ของวงการและราชาแห่ง Cryptocurrency 

ในประเภทนี้จะเป็นเหรียญใดไปไม่ได้นอกจาก “Bitcoin” (BTC) และเป็นสกุลเงินดิจิทัลเพียงเหรียญเดียวที่ถูกจัดอยู่ในประเภทนี้ โดยการลงทุนใน BTC นั้นจะเป็นการ Buy and Hold นั่นก็คือการซื้อและถือในระยะยาว

จากกราฟรายสัปดาห์ BTC/USD บน Tradingview แสดงให้เห็นถึงเทรนด์ขาขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2013 2017 และ 2021 ซึ่งขาขึ้นดังกล่าวเกิดหลังจากการ Halving ในทุก ๆ 4 ปีของ Bitcoin 

อาจกล่าวได้ว่านักลงทุนควรเก็บสะสม BTC ในช่วงก่อนการเกิด Halving ทุกครั้ง และเมื่อขาขึ้นมาถึงจึงทยอยขายทำกำไรตามกลยุทธ์และความเหมาะสมของตลาด

กลยุทธ์ในการรับมือ: นักลงทุนควรศึกษาเหตุการณ์ Halving และอดทนถือรอจนถึงขาขึ้นครั้งใหญ่ ความผันผวนของราคาเกิดขึ้นอยู่เสมอ ข้อดีของ Bitcoin นั้นคือวัฎจักรขาขึ้นและขาลงของตลาดนั้นค่อนข้างที่จะชัดเจน ซึ่งหลัก ๆ เรามักจะได้เห็น 4 ปีเป็นขาขึ้น 1 ครั้ง และระยะเวลาขาขึ้นอาจกินเวลาได้ถึง 1 ปีเต็ม หากอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ของปี 2017 ที่ผ่านมา แม้ว่าเราจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าขาขึ้นรอบใหญ่จะจบลงเมื่อไร แต่ก็มีวิธีสังเกตได้จากการดูสถิติของครั้งที่ผ่านมา อย่างเช่นของครั้งก่อนหน้านี้กินเวลาตั้งแต่ต้นปี 2017 ไปจนถึงปลายปี ซึ่งครั้งนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน และเมื่อคุณเทขายแล้วก็ให้นั่งทับมือยาว ๆ อย่าเข้าตลาดอีก แล้วรอช้อนซื้ออีกครั้งในอีก 2-3 ปีถัดไป

ข้อดี: เป็นการลงทุนที่ทำได้ง่ายและมีความปลอดภัยสูงที่สุด มีเทรนด์ขาขึ้นและขาลงอย่างชัดเจน ทำให้นักลงทุนสามารถวางแผนการลงทุนในระยะยาวหรือตาม Cycle ของราคา Bitcoin ได้

ข้อเสีย: อาจต้องรอและใช้เวลาในการทำกำไรค่อนข้างนาน เนื่องจาก Cycle รอบหนึ่งของ Bitcoin จะอยู่ที่ประมาณ 4 ปี อ้างอิงจากการ Halving ของตัวมันเอง ทำให้ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่รีบร้อนทำกำไร แต่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความปลอดภัยในระดับหนึ่งและรอทำกำไรก้อนโต

ประเภทที่ 2: เหรียญที่ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง (Utility)

การลงทุนในประเภทนี้จะเป็นการลงทุนในเหรียญดิจิทัลที่ถูกใช้งานอยู่บ่อยครั้งและมีระบบของตัวเอง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานในเหรียญดังกล่าวได้รับประโยชน์จากเหรียญ ส่งผลให้มีความต้องการในเหรียญดิจิทัลนั้น ๆ เป็นจำนวนมาก ดังเช่น ETH, BNB, ADA และ XLM เป็นต้น 

และนั่นทำให้ราคาพุ่งสูงเมื่อมีจำนวนผู้ใช้งานในเหรียญเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับเหรียญดิจิทัลก็อาจส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นตามได้เช่นกัน 

การทำกำไรในประเภทนี้ควรศึกษาเหรียญดิจิทัลที่ถูกใช้งานจริงและจัดอยู่ในอันดับ TOP 20 หรือ 50 ของตลาดคริปโต ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น 

หลักการทำกำไรง่าย ๆ ของเหรียญประเภทนี้คือ การเข้าซื้อในช่วงราคา “ไซด์เวย์” อีกทั้งการติดตามข่าวสารของเหรียญดังกล่าวและนำตัวเองไปอยู่ในชุมชนของเหรียญนั้น ๆ จะช่วยให้เราได้รับสารที่รวดเร็วและสามารถซื้อเหรียญได้ทันทีก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการติดตามข่าวสารนั้นนักลงทุนควรที่จะสำรวจและวิเคราะห์ให้ดี เนื่องจากว่าการประกาศข่าวของทางนักพัฒนานั้นควรเป็นไปในทิศทางและลักษณะที่จับต้องได้ เช่นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้งานได้จริง, การอัพเกรดระบบใหม่ ๆ ไม่ใช่เพียงแค่นามธรรมอย่างเช่นการประกาศจับมือ หรือร่วมมือกัน แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าการจับมือดังกล่าวนั้นทำไปเพื่ออะไร

ดังตัวอย่างเช่น ข่าวการพัฒนาและเปิดตัว ETH 2.0 

กราฟรายสัปดาห์ ETH/USD บน Tradingview เผยให้เห็นว่าเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าข่าวการเปิดตัว ETH 2.0 ในวันที่ 1 ธันวาคม 2020 ราคาได้พุ่งสูงขึ้นจากระดับ $445 สู่ $630 

อีกทั้งปัจจุบันยังมีข่าวการเปิดให้เทรด ETH Futures ของ CME ในสัปดาห์ข้างหน้า ส่งผลให้ราคา ETH ตอนนี้ได้ทะลุ ATH เดิมของตัวเองในปี 2018 ไปแล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ 

บ่งชี้ได้ว่านักลงทุนส่วนมากเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานและข่าวเหตุการณ์สำคัญที่จะสามารถทำกำไรจากจากเหรียญดังกล่าวได้

กลยุทธ์ในการรับมือ: วิธีการในการเลือกลงทุนเหรียญนี้ นักลงทุนควรศึกษาปัจจัยพื้นฐานของเหรียญดิจิทัลแต่ละตัวถึงระบบการใช้งาน อีกทั้งยังต้องติดตามข่าวสารการอัพเดตจากทางนักพัฒนา ที่สำคัญแนะนำว่าควรเป็นเหรียญ Top 20 เท่านั้น โดยเมื่อทางนักพัฒนาประกาศวันที่ที่จะทำการอัพเดตหรือเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชัดเจน ก็ให้ดูว่าวันที่จะทำการเปิดตัวนั้นห่างจากวันประกาศมากน้อยขนาดไหน หากระยะเวลานานถึง 7-14 วันไปจนถึง 1 เดือน ก็ให้เลือกเข้าซื้อตอนที่ราคาวิ่งลงมาถึงแนวรับสำคัญ และตอนที่ตลาดนิ่ง ๆ แล้ว หรือจะซื้อช่วง 1 สัปดาห์ก่อนการเปิดตัวก็ได้เช่นกัน

ข้อดี: นักลงทุนสามารถซื้อขายตามปัจจัยพื้นฐานของเหรียญดิจิทัลได้ การติดตามข่าวหรือการประกาศจากกลุ่มนักพัฒนาบ่อย ๆ จะช่วยให้นักลงทุนวางแผนการทำกำไรได้ อีกทั้งเหรียญประเภทนี้ยังมีทิศทางในการซื้อขายอย่างชัดเจน

ข้อเสีย: ราคาของเหรียญขึ้นอยู่กับผู้พัฒนาระบบ หากไม่มีความคืบหน้าราคาของเหรียญอาจไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ส่งผลให้เงินของนักลงทุนจมอยู่กับเหรียญนั้นนานเกินไป

ประเภทที่ 3: เหรียญปั่นสำหรับสายซิ่ง

เหรียญประเภทนี้เป็นเหรียญที่มี Risk Reward Ratio สูงมาก เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง เพราะความผันผวนในเหรียญประเภทนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ อาจทำกำไรได้ 100% หรือ 1,000% แต่ขณะเดียวกันก็อาจขาดทุนจนหมดตัวก็เป็นได้

ซึ่งนักลงทุนควรศึกษาแนวรับที่สำคัญก่อนเข้าซื้อ เหรียญประเภทนี้ได้แก่ XRP, DOGE, NEO และ BSV เป็นต้น จากกราฟและสถิติต่าง ๆ บ่งชี้ว่างการเข้าทำกำไรในเหรียญดิจิทัลจำพวกนี้ควรเข้าเมื่อราคาของเหรียญดิจิทัลเกิดการไซด์เวย์และราคาคงที่อยู่นานพอสมควร

วิธีการสังเกตเหรียญประเภทปั่นราคานั้นสังเกตได้ง่าย ๆ จากกราฟ โดยลักษณะของกราฟราคานั้นมักจะมีรูปร่างที่ผิดธรรมชาติ เช่น sideway เป็นเส้นตรงมานาน สักพักราคาพุ่งแรง แต่ก็ร่วงกลับมาจุดเดิมอย่างรวดเร็ว

ดังตัวอย่างเช่น การปั่นราคาของเหรียญ DOGE 

กราฟจาก Tradingview เผยให้เห็นถึงราคาของ DOGE/USD รายชั่วโมงมีการพุ่งขึ้นเป็นประวัติศาสตร์วงการคริปโตโดยปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,000% ภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ราคาเกิดการไซด์เวย์ที่ระดับ $0.007 อยู่นานพอสมควร

ซึ่งปัจจุบันมีระดับการซื้อขายอยู่ที่ $0.32 โดยระหว่างทางมีผู้ที่ติดดอยที่ระดับราคาตั้งแต่ $0.6 – $0.8 อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในอนาคตไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่าจะมีการปั่นราคาขึ้นหรือการเทขายให้ร่วงลงไปอีก

กลยุทธ์ในการรับมือ: สำหรับกลยุทธ์ในการรับมือเหรียญประเภทนี้ ส่วนตัวสำหรับผู้เขียนแล้วให้เข้าซื้อตอนที่ตลาดนิ่ง ๆ และราคานั้นร่วงลงไปอยู่ระดับแนวต้านที่ต่ำที่สุดแล้ว และต้องให้แน่ใจว่าเป็นเหรียญ Top 20 หรือ Top 50 ด้วย เนื่องจากว่าหากคุณซื้อไว้ตอนตลาดนิ่ง ๆ มันก็มีโอกาสที่จะมีเจ้ามือปั่นราคาได้ทุกเมื่อ และเมื่อราคาพุ่งแล้วก็ให้รีบเทขายทันที อย่าถือไว้นาน

ข้อดี: เหรียญประเภทนี้สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลและรวดเร็ว จึงเหมาะแก่นักลงทุนสายซิ่งที่สามารถเสียเงินต้นได้

ข้อเสีย: จากความผันผวนของราคาค่อนข้างสูง แม้ว่าจะสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล แต่ในทางตรงกันข้ามนักลงทุนอาจสามารถสูญเสียเงินต้นทั้งหมดของตัวเองได้เหมือนกัน นักลงทุนไม่อาจสามารถคาดการถึงการปั่นราคาในตลาดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เวลาใด ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในการทำกำไรจากเหรียญประเภทนี้

บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนและทีมงาน มิได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนใดใด นักลงทุนควรศึกษาด้วยตนเองและซื้อขายอย่างระมัดระวัง หากเกิดความเสียหายทาง Siam Blockchain จะไม่รับผิดชอบไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น