เกิดอะไรขึ้นกับการสู้คดี Ripple vs SEC เมื่อคืนที่ผ่านมา แล้วก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร?

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านตามเวลาประเทศไทยประมาณ 01:00 ที่ศาลแขวงทางใต้ของนิวยอร์กได้มีการเปิดศาลรับฟัง Hearing อีกครั้งหนึ่งของคดีความในวงการคริปโตอันโด่งดังระหว่าง ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) และ Ripple Labs ที่มีการฟ้องร้องกันมาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมปี 2020

เมื่อ XRP ถูกกล่าวหาจาก SEC ว่าเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนและมีการซื้อขายจากทางฝั่งผู้บริหารของ Ripple ซึ่งสามารถทำกำไรรวมแล้วกว่าพันล้านดอลลาร์ ตามที่ทาง Siam Blockchain ได้เคยรายงานไป

แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าทางฝั่งจำเลย Ripple Labs, Brad Garlinghouse และ Chris Larsen จะได้เปรียบอีกครั้งในการขึ้นศาลครั้งนี้ด้วยข้อโต้แย้งอันหนักแน่น ส่งผลให้เป็นงานยากสำหรับทางฝั่ง SEC อีกครั้งหนึ่ง

ศาลกล่าวให้ SEC เผยเอกสารลับตามคำเรียกร้องของ Ripple

การขึ้นศาลรับฟัง Hearing ในครั้งนี้ใจความสำคัญอยู่ที่การเรียกร้องของทางฝั่งจำเลยอย่าง “Ripple Labs” ที่ต้องการให้ฝั่งโจทก์ “SEC” เปิดเผยเอกสารลับเกี่ยวกับสถานะของ Bitcoin และ Ethereum ต่อสาธารณะชน

ซึ่งมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับ Ripple ตรงที่ว่าก่อนหน้านี้ทาง SEC เคยประกาศออกมาว่า Bitcoin และ Ethereum นั้นไม่ใช่ “หลักทรัพย์” (Securities) และนั่นก็ทำให้ Ripple เชื่อว่า XRP ก็ไม่ใช่หลักทรัพย์เช่นเดียวกัน

ทางด้าน SEC โต้กลับด้วยข้อมูลที่ว่า Bitcoin และ Ethereum นั้นสามารถขุดได้ ในขณะที่ XRP นั้นถูก Premine มาตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม SEC พยายามหลีกเลี่ยงประเด็นดังกล่าวและพยายามโฟกัสไปที่ XRP เพียงเท่านั้น

ภายหลัง Hearing ในกระบวนการชั้นศาลได้สิ้นสุดลง ทนายความชื่อดัง Jeremy Hogan ได้ออกมาพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่าน Legal Briefs ทาง Youtube บางช่วงบางตอนนาย Hogan ได้กล่าวว่า

“SEC ไม่ต้องการที่จะเปิดเผยเอกสารดังกล่าว และแน่นอนว่าพวกเขาต้องการกำจัดอะไรก็ตามแต่ที่ทาง Ripple ใช้เป็นข้อโต้แย้งสำคัญได้”

นาย Hogan ยังได้กล่าวถึงการที่ผู้พิพากษาเริ่มต้นกระบวนการด้วยการกล่าวถึงว่า XRP นั้นมีสถานะเหมือนกับ Cryptocurrencies อื่น ๆ ทำให้รู้สึกถึงมุมมองของผู้พิพากษาที่มีต่อ XRP อย่างหนักแน่น อีกทั้ง Ripple กล่าวด้วยว่า SEC ควรที่จะแจ้งพวกเขาว่า XRP เป็นหลักทรัพย์ตั้งแต่ตอนแรก ไม่ใช่มาแจ้งเอาเมื่อ 8 ปีให้หลัง

SEC เริ่มหายใจไม่ทั่วท้องหลังถูกจี้หลังชนฝา

ภายหลังจากผู้พิพากษา Sarah Netburn ได้ตอบรับคำเรียกร้องจากทางฝั่ง Ripple ให้มีการเผยเอกสารออกสู่สาธารณชน ก็ดูเหมือนว่า SEC จะตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียแล้ว

ซึ่งทางฝั่ง Ripple มองว่านี่เป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เราได้ทราบกันว่าทำไม BTC และ ETH ไม่ใช่หลักทรัพย์ และทำไม XRP ถึงถูกมองว่าเป็นหลักทรัพย์

อีกทั้งทีมกฎหมายของ Ripple ยังมีการเรียกร้องให้เปิดเอกสารที่ใช้ในการสื่อสารกันในช่วงปี 2018 เพื่อให้จำเลยได้ทราบว่าได้ทำผิดกฎหมายอย่างไร เพราะตอนนั้นเอง SEC ก็ยังไม่แน่ใจว่า XRP นั้นเป็นหลักทรัพย์หรือไม่

ก้าวต่อไปของ Ripple จะเป็นอย่างไร?

ดูเหมือนว่าหลังการขึ้นศาลเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เสร็จสิ้นลง กระแสเหรียญ XRP จะได้รับการตอบรับเป็นพิเศษ จะเห็นได้จากการที่มูลค่าของเหรียญเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งเทรนด์ทวิตเตอร์ที่มีการพูดถึงเหรียญ XRP ก็ล้นหลาม หรือ XRP อาจจะกลับมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในวงการคริปโต?

ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ ทำได้เพียงแต่เฝ้าดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แต่ที่แน่ ๆ ก้าวต่อไปของ Ripple คงจะต้องเป็นการจบคดีความอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนานในตลาดคริปโต

สาวก XRP ยิ้มแฉ่งรับข่าวดี

ทางด้าน XRP Army นั้นดูเหมือนจะรู้สึกเบิกบานใจเป็นพิเศษในช่วงสัปดาห์นี้หลังการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคา XRP ที่ทะลุ $1 เข้าไปแล้ว ประกอบกับสถานการณ์คดีความที่ยืดเยื้อจะเริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

โดยภายหลังการ Hearing ครั้งล่าสุดได้เสร็จสิ้นลง สาวก XRP ได้แห่กันติดแฮชแท็ก #RelistXRP กันอีกครั้ง พร้อมประกาศศักดาบนโลก Twitter กันอย่างเนืองแน่น ส่งผลให้ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ด้วยยอดการพูดถึง Ripple กันกว่า 3.7 หมื่นครั้ง

และล่าสุดก็สามารถแซง Cardano (ADA) และ Polkadot (DOT) กลับไปยืนเป็นอันดับ 4 ของมูลค่าตลาดโดยรวมได้อีกครั้งอ้างอิงจาก Coinmarketcap ทำให้มูลค่าตลาดโดยรวมของ XRP อยู่ที่ 46.8 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตามคดีความดังกล่าวนั้นยังไม่จบลงง่าย ๆ โดยการขึ้นศาลครั้งถัดไปยังไม่มีการระบุวันเวลาที่แน่ชัด ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณในการซื้อขายแลกเปลี่ยน

บทความนี้มิได้เป็นการชี้แนะการลงทุนแต่อย่างใด เพียงแต่นำเสนอข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง หากเกิดความเสียหายในการลงทุนไม่ว่าทางใด ทาง Siam blockchain จะไม่รับผิดชอบไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น