หน่วยงานปรามปรามด้านการเงิน FATF เริ่มหันมาจับตาดู DeFi แล้ว

ตลาดคริปโตที่เพิ่งเกิดใหม่ได้ไม่นานอย่าง decentralized finance ( DeFi) นั้นดูเหมือนว่าจะเริ่มไปเตะตารัฐบาลและหน่วยงานปราบปรามด้านการเงินในสหรัฐฯอย่าง Financial Action Task Force (FAFT) แล้ว โดยหน่วยงานดังกล่าวนั้นมีเป้าหมายหลัก ๆ เพื่อจับกุมผู้ที่ทำผิดกฎหมายด้านการฟอกเงิน โดยเฉพาะอาชญากรข้ามชาติ

นอกจากนี้พวกเขายังได้มีการออกมาแสดงจุดยืนต่อเว็บกระดานซื้อขายแบบ decentralized (DEX) อีกด้วย รวมถึงกล่าวถึงกระแสการมาของ NFT หรือของสะสมบนโลก blockchain

ปัจจุบัน FATF มองว่า NFT และ DeFi นั้นถือเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพวกเขา โดยเฉพาะในด้านความพยายามในการปราบปรามมิจฉาชีพที่ฟอกเงิน เนื่องจากว่าแพลทฟอร์มเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีการทำ KYC หรือยืนยันตัวตน ดังนั้นมันจึงทำให้ยากต่อการติดตามผู้ใช้งานอย่างมาก

เมื่อกล่าวถึงแพลทฟอร์ม DeFi นั้น ทาง FATF กล่าวว่ามาตรฐานของพวกเขานั้นอาจจะไม่สามารถนำมาปรับใช้กับซอฟต์แวร์ที่อยู่เบื้องหลัง หรือตัวเทคโนโลยีได้ แต่ทว่าหน่วยงานผู้อยู่เบื้องหลัง DApp อย่างเช่นเจ้าของ หรือผู้ให้บริการนั้นจะต้องถูกพิจารณาว่าเป็นผู้ให้บริการด้านสินทรัพย์เสมือนจริง (VASPs) ไปในทันที นอกจากนี้พวกเขายังกล่าวว่าบริษัทที่ให้บริการแพลทฟอร์มเหล่านี้จะต้องมีการปฏิบัติตามกฎหมายด้านการป้องกันการฟอกเงินอย่างเคร่งครัด

นอกเหนือจาก DeFi แล้ว ทาง FATF ยังได้ออกมาเผยถึงท่าทีและจุดยืนของพวกเขาต่อกระแส NFT ในปัจจุบันอีกด้วย โดยกล่าวว่ามันเป็น “สินทรัพย์ที่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงไปมาได้” พร้อมชี้ไปที่ Siân Jones หรือพาร์ทเนอร์ที่ XReg Consulting

“NFT สามารถที่จะถูกเปลี่ยนหรือแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ได้ และมันยังคงอยู่ในการดูแลของพวกเรา และจะเป็นเช่นนั้นต่อไป” กล่าวโดย Jones พร้อมเสริมว่า “คำศัพท์บางคำที่สามารถตีความโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในรูปแบบที่ FATF ไม่ได้ตั้งใจมา แต่เดิม แต่มันถูกแทนที่ด้วยภาษาที่แสดงเจตนาของ FATF อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น”

โดยอ้างอิงจากใน blog post ของทาง CipherTrace นั้นได้มีการสรุปใจความสำคัญหลัก ๆ เกี่ยวกับแนวทางใหม่ที่สรุปได้ว่า NFT นั้นสามารถถูกใช้เพื่อฟอกเงินได้ รวมถึงให้เงินทุนแก่ผู้ก่อการร้ายได้อีกด้วย หากอ้างอิงจากสายตาของทาง FATF

“เหรียญ NFT บางตัวซึ่งในตอนแรกอาจไม่ปรากฏว่าเป็น VAs อาจเป็น VAs เนื่องจากตลาดรองที่เปิดให้มีการโอนหรือแลกเปลี่ยน NFT ที่มีมูลค่านั้นอาจถูกใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการฟอกเงินการจัดหาเงินทุนของผู้ก่อการร้ายและการจัดหาเงินทุนเพื่อการแพร่กระจายได้” CipherTrace กล่าว