หญิงคนหนึ่งถูกจับกุมข้อหาจ้างวานฆ่าอดีตสามี โดยใช้ Bitcoin

หญิงคนหนึ่งจากรัฐเนวาดา ในประเทศสหรัฐฯถูกจับกุมและตั้งข้อหาจ้างวานฆ่า โดยเธอได้ใช้ darkweb เพื่อติดต่อกับนักฆ่า และจ่าย Bitcoin มูลค่า 5,000 ดอลลาร์ให้กับนักฆ่าเพื่อลอบสังหารอดีตสามีของเธอ โดยก่อนหน้านี้มีคดีที่ค่อนข้างคล้ายกับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว

การจ้างวานฆ่าดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิในปี 2016 แต่การลอบสังหารนั้นไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด โดยผู้จ้างวานฆ่าก็คือนาง Kristy Lynn Felkins หญิงอายุ 36 ปี ที่ภายหลังถูกจับกุมและขึ้นศาลแคลิฟอร์เนียเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา โดยเธอถูกจับกุมข้อหาใช้ Bitcoin จำนวน 12 BTC (มูลค่าประมาณ 5,000 ดอลลาร์ในขณะนั้น) เพื่อจ้างวานฆ่าอดีตสามีของเธอ

ภายหลังหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของประเทศสหรัฐฯก็ได้ทำการติดตามคดีดังกล่าว ผ่านการไล่ตาม address Bitcoin ออนไลน์ และสาวไปยังเว็บไซต์ LocalBitcoins หรือเว็บกระดานซื้อขาย BTC แบบ OTC และค้นพบว่ามีบัญชีหนึ่งที่ใช้นามแฝงว่า Felkins ที่ได้ทำการพูดคุยปรึกษานักฆ่าเกี่ยวกับการจ่าย Bitcoin ให้กับเขา ก่อนที่จะเริ่มงาน

  • ชาวนาคนหนึ่งเรียกค่าไถ่เป็น Bitcoin ขู่จะเอาเศษเหล็กไปใส่ในอาหารเด็กในห้าง ถูกจับกุมแล้ว
    Read
    ชาวนาคนหนึ่งเรียกค่าไถ่เป็น Bitcoin ขู่จะเอาเศษเหล็กไปใส่ในอาหารเด็กในห้าง ถูกจับกุมแล้ว

ประวัติบทสนทนาดังกล่าวนั้นได้ถูกหยิบยกขึ้นมาในเอกสารอาชญากรรมของทางตำรวจ โดยเผยให้เห็นถึงนักฆ่าดังกล่าว ที่ภายหลังดูเหมือนจะกลายเป็นนักต้มตุ๋น โดยเขาพยายามหลอกลวงนาง Felkins เพื่อเอาเงินเพิ่มผ่านการเสนอวิธีการฆ่าที่ซับซ้อนขึ้น และถูกตรวจจับได้ยากมากขึ้น แต่ก็ล้มเหลวในภายหลัง และทิ้งเธอไปในที่สุด และการลอบสังหารนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด

ทางตำรวจเผยว่ามีนักแฮ็คเกอร์ที่สามารถแอบกู้ข้อมูลมาจากเว็บไซต์รับจ้างวานฆ่าแห่งหนึ่ง และข้อมูลดังกล่าวนั้นมีประวัติบทสนทนาของนาง Felkins ติดมาด้วยพอดี ก่อนที่นักแฮคเกอร์ดังกล่าวจะนำเอาข้อมูลทั้งหมดนั้นมายื่นให้กับทางตำรวจในช่วงต้นปี 2019 ที่ผ่านมา

ที่น่าสนใจก็คือ คดีของนาง Felkins ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับคดีจ้างวานฆ่าบน darkweb อีกคดีหนึ่งที่ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานไปแล้ว

ทางตำรวจไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปคดี และรวมถึงชื่อของนักแฮคเกอร์ รวมถึงชื่อของเว็บไซต์ที่เขาไปล้วงข้อมูลมาได้

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจกล่าวว่านักแฮ็คดังกล่าวนั้นมีสื่ออนาจารของเด็กไว้ในครอบครอง แต่อาชญากรรมดังกล่าวนั้นถูกก่อนอกประเทศสหรัฐฯ แต่ข้อมูลที่นักแฮคเกอร์ดังกล่าวยื่นส่งให้กับทางตำรวจนั้นดูเหมือนว่าจะมีความน่าเชื่อถือ

ปัจจุบันเขากำลังทำงานให้กับรัฐบาลสหรัฐฯโดยไม่หวังผลตอบแทน อ้างอิงจากเอกสารของคดีนาง Felkins

โดยสรุปแล้ว คดีดังกล่าวนั้นแสดงให้เห็นว่าใครก็ตามที่มอง Bitcoin ว่าเป็นเหมือนกับประตูไปสู่อาชญากรรมหรือสิ่งผิดกฎหมายนั้น ถือว่าเป็นแนวคิดและมุมมองที่ผิดอย่างมาก เนื่องจากว่าความโปร่งใสในการทำธุรกรรมของมันที่สามารถถูกตรวจและติดตามได้ผ่าน blockchain นั้น สามารถทำให้นักสืบและตำรวจตามตัวได้ไม่ยากนัก และในบางครั้ง อาจจะง่ายดายยิ่งกว่าการตามธุรกรรมผ่านเงินสดของรัฐบาลเสียอีก