ศาลอังกฤษเปิดรับคำพิจารณาของ Craig Wright ว่าเขาเป็นผู้สร้าง Bitcoin แล้ว

ศาลระดับสูงของอังกฤษนั้นได้มีการรับคำขอของทนายของนาย Craig Wright เพื่อดำเนินคดีกับนักพัฒนาเว็บไซต์ bitcoin.org ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ Bitcoin Whitepaper เนื่องจากเขานั้นได้อ้างตัวว่าเป็น Satoshi Nakamoto หรือผู้สร้าง Bitcoin ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีการยื่นหลักฐานเพื่อรองรับการกล่าวอ้างนั้นเลย

การฟ้องร้องเกิดขึ้นเมื่อผู้เป็นเจ้าของโดเมน Bitcoin.org หรือที่รู้จักกันในนามว่า Cobra บน Twitter นั้นได้ออกมาปฏิเสธความต้องการของนาย Craig Wright ในการปลด whitepaper ของเหรียญ Bitcoin ออกจากเว็บไซต์

Wright อ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของ Bitcoin Whitepaper

เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่ Cobra นั้นได้ปฏิเสธความต้องการของนาย Wright ในการนำเอา whitepaper ออกจากเว็บไซต์ของเขา โดยทาง Cobra นั้นกล่าวว่าในตอนนั้นนาย Wright ไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องความเป็นเจ้าของใน whitepaper ของ Bitcoin

Cobra กล่าวว่าการกล่าวอ้างสิทธิ์ของนาย Wright นั้นสามารถที่จะถูกตรวจสอบว่าเป็นเท็จได้อย่างง่ายดาย พร้อมเสริมว่าการฟ้องร้องของเขานั้นถือเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมทีของอังกฤษที่ผิด

“ดูเหมือนว่าเขานั้นพยายามที่จะใช้ศาลอังกฤษไปในทางที่ผิด โดยพยายามเพื่อที่จะใช้อำนาจศาลเพื่อสั่งให้ทำการเซนเซอร์ whitepaper และทำร้ายเว็บไซต์เล็ก ๆ หลายแห่งอย่างเช่นพวกเรา ที่พยายามจะให้ความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาดังกล่าว”

นาย Simon Cohen หรือนักกฎหมายของนาย Wright ยังคงยืนกรานว่าจุดประสงค์ของคดีนี้ไม่ได้มีขึ้นเพื่อจำกัดการเข้าถึง, เซนเซอร์, whitepaper ดังกล่าวหรือขู่เข็นผู้คน แต่ว่าต้องการที่จะปกป้องลิขสิทธิ์ส่วนตัวของนาย Wright

นอกจากนี้นาย Cohen ยังได้มีการกล่าวว่านาย Wright นั้นเชื่อว่าเหรียญ Bitcoin Satoshi Vision (Bitcoin SV) นั้นคือเหรียญ Bitcoin ที่แท้จริงอีกด้วย

“เช่นเดียวกัน Dr Wright นั้นไม่ต้องการที่จะปิดกั้นการเข้าถึง whitepaper ของเขา แต่ไม่เห็นด้วยว่ามันควรจะถูกนำไปใช้โดยผู้สนับสนุนหรือนักพัฒนาสินทรัพย์อื่น ๆ อย่างเช่น Bitcoin core ในการโปรโมทหรือทำให้เข้าใจผิดว่าสินทรัพย์เหล่านั้นคือ Bitcoin เนื่องจากว่าพวกเขานั้นไม่ให้การสนับสนุนหรือเห็นด้วยกับแนวคิดเกี่ยวกับ Bitcoin ที่เขาเขียนไว้ใน whitepaper ของเขา”

Bitcoin SV นั้นถูก fork แยกออกมาจาก Bitcoin Cash เมื่อปี 2018 ส่วน Bitcoin Cash นั้นถูก fork แยกออกมาจาก Bitcoin ตัวต้นฉบับเมื่อปี 2017 โดยพวกเขาอ้างว่าเหรียญดังกล่าวนั้นมีขนาด block เก็บข้อมูลที่ใหญ่กว่า ทำให้สามารถที่จะจัดการธุรกรรมได้มากกว่า และทำให้มันเหมาะสมกับการเป็นโซลูชันเพื่อบริษัทขนาดใหญ่