ร้านค้าในเกาหลีใต้ อาจยอมรับเงินหยวนดิจิทัลจากนักท่องเที่ยวจีน ดันเศรษฐกิจในประเทศ

ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจีนหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก อาจเป็นประเทศกลุ่มแรก ๆ นอกสหราชอาณาจักรที่ยอมรับเงินหยวนดิจิทัล แม้จะมีคำเตือนเกี่ยวกับเรื่องอิทธิพลของจีนก็ตาม

อ้างอิงรายงานจากสื่อข่าว Yonhap ของเกาหลีใต้ที่เปิดเผยว่า ร้านค้าในประเทศได้ให้ความสำคัญไปกับลูกค้าชาวจีนซะส่วนใหญ่และมีแนวโน้มที่จะยอมรับเงินหยวนดิจิทัล

ผู้เขียนรายงานระบุว่า : 

  • อินเดียเตรียมใช้เทคโนโลยี A.I. เข้าตรวจสอบเว็ปไซต์ตลาดมืด คาดจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่ม
    Read
    อินเดียเตรียมใช้เทคโนโลยี A.I. เข้าตรวจสอบเว็ปไซต์ตลาดมืด คาดจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่ม

“ในเกาหลีใต้ ร้านค้าสำหรับนักท่องเที่ยวเช่น ร้านค้าในเขตเมียงดงของกรุงโซลได้อนุญาตให้ลูกค้าสามารถชำระเงินด้วยการใช้ PayPal และพ่อค้าชาวเกาหลีใต้รายเดียวกันนี้อาจเริ่มรับชำระเงินหยวนแบบดิจิทัลด้วยเช่นกันเพื่อรองรับลูกค้าชาวจีน”

นักท่องเที่ยวจีนกว่า 8 ล้านคนมาเที่ยวเกาหลีใต้ในปี 2016 แม้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองจะทำให้ตัวเลขดังกล่าวลดลงไปในปี 2017 แต่ตัวเลขเหล่านี้ก็สามารถฟื้นตัวกลับมาเป็น 6 ล้านคนได้ในปี 2019 นอกจากนี้ Yonhap ยังรายงานด้วยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ทำให้เกาหลีใต้สูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปเป็นมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ร้านค้าคาดหวังว่าจะได้รับการชดเชยคืนเมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางกลับมา

นี่อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจเป็นตัวเร่งในการนำเงินหยวนดิจิทัลมาใช้ในต่างประเทศด้วยธุรกิจที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวที่ขาดแคลนเงินสด ซึ่งขณะนี้กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงนักท่องเที่ยวจีน

รายงานจาก Yonhap กล่าวเสริมว่า ปักกิ่งมีความหวังที่จะชนะการแปลงเงินสดท้องถิ่นไปเป็นเงินหยวนดิจิทัลในสเกลที่ใหญ่ขึ้น ด้วยการซื้อขายข้ามพรมแดน

ผู้เขียนรายงานระบุว่า :

“ในช่วงแรกเงินหยวนดิจิทัลอาจจะถูกใช้สำหรับการชำระเงินแบบ Micro ในประเทศจีน แต่คาดว่าจะมีขยายการใช้งานไปสู่ทั่วโลก หลังจากนั้นเงินหยวนดิจิทัลก็จะมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงเอเชียและแอฟริกาที่ปัจจุบันมีการแลกเปลี่ยนทางการค้ากับจีน”

อ้างอิงจากรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คอลัมนิสต์ FT ในประเทศอังกฤษได้แสดงมุมมองที่คล้ายกันโดยให้ความเห็นว่า “เราสามารถจินตนาการได้ว่ามันจะง่ายต่อการวางจุดยุทธศาสตร์ ‘Belt and Road Initiative’ ของจีน ซึ่งมันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับประเทศและธุรกิจที่ต้องการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องใช้ดอลลาร์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”

โปรเจคการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานของ Belt and Road Initiative ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มันเป็นการระดมเงินเข้าสู่เศรษฐกิจของประเทศที่ยากจนที่สุดในเอเชียและแอฟริกา

อย่างไรก็ตามรายงานเดียวกันได้เตือนว่า หยวนดิจิทัลสามารถนำในความคิดที่เป็นอันตรายต่อสวัสดิการของสังคมที่เสรีและเปิดกว้าง (Orwellian) มาสู่ผู้ใช้ในประเทศจีน

ผู้เขียนรายงานอ้างว่า “จีน” อาจเข้าครอบงำรัฐต่าง ๆ ได้ทั้งหมด :

“แม้แต่ธุรกรรมขนาดเล็กเจ้าหน้าที่ของจีนก็จะสามารถดำเนินคดีทางอาญาและตรวจสอบประวัติการทำธุรกรรมของผู้ใช้ได้ หากพวกเขาสงสัยว่ามีการก่ออาชญากรรมเกิดขึ้น”

อย่างไรก็ตามสื่อข่าวได้อ้างอิงถึง หัวหน้าธนาคารแห่งประเทศจีนระดับอาวุโสที่กล่าวว่า “หยวนดิจิทัลจะสร้างสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและการป้องกันอาชญากรรม”