ราคา Bitcoin อาจร่วงกลับสู่ระดับ $40,000 หลังแนวโน้มราคาขาขึ้นเริ่มอ่อนกำลังลง

บริษัท Tesla เข้าซื้อ Bitcoin มูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงและทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับ $48,000 ในวันอังคารที่ผ่านมา แต่เมื่อเช้านี้โมเมนตัมการพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin เริ่มแผ่วลง โดยล่าสุดนั้นมีราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ $46,000 ถึง $47,000

แม้ว่าจะมีข่าวการเข้าซื้อของ Tesla แต่ล่าสุดราคา Bitcoin ก็กลับมา Sideway อีกครั้งหนึ่ง ผิดจากที่นักวิเคราะห์หลายคนได้คาการณ์กันว่าราคา Bitcoin จะพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีเหตุมาจากข่าวดังกล่าว และการอัดฉีดเม็ดเงินจากรัฐบาลสหรัฐฯ 

นักวางแผนการลงทุนจากธนาคาร JPMorgan & Chase นาย Nikolaos Panigirtzoglou กล่าวว่าการเข้าซื้อของ Tesla อาจไม่ทำให้มีการเข้าซื้อของบริษัทใหญ่ ๆ เกิดขึ้นตามมา เพราะบริษัทโดยส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่า Bitcoin นั้นมีความผันผวนมากเกินไปที่จะเป็นทรัพย์สินจัดเก็บมูลค่า (store-of-value asset) ที่ดีได้

ผู้บริหารบริษัทจัดการกองทุน Treasury Partners นาย Jerry Klein กล่าวว่าความเคลื่อนไหวด้านการเงินของบริษัท Tesla ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย และเขายังได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Financial Times ด้วยว่าเขายอมที่จะรับผลตอบแทนที่ต่ำในการลงทุนด้วยเงินสดมากกว่าความเสี่ยงของสบู่ใกล้แตกอย่าง Bitcoin

ในขณะที่นักวิเคราะห์อิสระนาย Kevin Cage มีคาดหวังว่าเราอาจจะได้เห็นราคา Bitcoin พุ่งไปถึง $74,000 ได้ แต่ก็เตือนว่า Bitcoin ก็สามารถร่วงลงอย่างรุนแรงได้หากไม่สามารถพุ่งทำระดับสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

“มันคงไม่ขึ้นตลอดไปหรอก แต่อย่างน้อย ๆ แนวโน้มขาขึ้นอาจอยู่ต่ออีก 2-3 เดือน”

ซึ่งในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาบริษัท PayPal ได้ประกาศว่าจะเปิดให้บริการรองรับเหรียญคริปโตบนแพลตฟอร์มของพวกเขาซึ่งทำให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นไปถึงระดับ $19,400 ก่อนจะร่วงลงมาปรับฐานราคากว่า 17% ซึ่งวิเคราะห์หลายคนก็คาดการณ์ว่าอาจมีการปรับฐานราคาเกิดขึ้นได้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งอาจทำให้ราคา Bitcoin ร่วงกลับไปต่ำกว่าระดับ $40,000 ได้

ที่มา: Bitcoinist