ราคา Bitcoin จะสามารถยืนเหยือ 13,000 ได้หรือไม่? ท่ามกลางการถูกฟ้องร้องคดีฟอกเงินของ Binance

กราฟราคา Bitcoin รายเดือนนั้นเพิ่งจะเผยให้เห็นว่าแท่งราคาเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้นได้ปิดตัวลงในจุดราคาที่สูงที่สุดหากนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2017 ที่ผ่านมา คำถามก็คือมันจะอยู่ได้นานขนาดไหน และนักเทรดนั้นจะต้องระวังอะไรบ้าง

หนึ่งในเว็บกระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก Binance นั้นดูเหมือนว่าจะถูกกล่าวหาว่าเป็นศูนย์กลางของแหล่งฟอกเงิน อ้างอิงจากเอกสารยื่นฟ้องของเว็บกระดานเทรดสัญชาติญี่ปุ่น Zaif

โดยนาย Changpeng Zhao หรือ CEO ของ binance ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ที่บอกว่า Binance นั้นได้มีส่วนช่วยฟอกเหรียญคริปโตมูลค่า 60 ล้านดอลลาร์ที่ถูกโอนมาจากเว็บ Zaif เมื่อมันถูกแฮ็คไปเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา

  • สื่อการเงินระดับโลก Forbes เตือนนักเทรด Bitcoin เตรียมรับแรงกระแทกในวันเลือกตั้งสหรัฐฯ
    Read
    สื่อการเงินระดับโลก Forbes เตือนนักเทรด Bitcoin เตรียมรับแรงกระแทกในวันเลือกตั้งสหรัฐฯ

ยิ่งกว่านั้นรายงานจากบทความล่าสุดจาก Forbes เผยว่าโครงสร้างองค์กรของ Binance นั้นถูกออกแบบมาเพื่อตบตารัฐบาลและผู้ออกกฎหมาย และเพื่อทำกำไรจากนักลงทุนสหรัฐฯ โดยเอกสารดังกล่าวนั้นมีการพูดถึงเอกสารของปี 2018 ที่ถูกร่างขึ้นมาโดยผู้บริหารระดับสูงของ binance อีกด้วย

แม้ว่าข้อกล่าวหานั้นจะเป็นจริงหรือไม่ แต่ที่รู้ ๆ ก็คือเมื่อข่าวดังกล่าวนั้นได้ถูกแพร่สะพัดออกไปเป็นวงกว้างเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าราคาของตลาด cryptocurrency นั้นจะยังคงพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่สะทกสะท้านต่อข่าวดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย


โดยอ้างอิงจากรายงานของบริษัทด้าน blockchain ชื่อดัง Chainalysis พวกเขากล่าวว่าหากราคามีการปรับฐานย่อตัวลงเพราะข่าว binance ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงินนั้น นั่นแปลว่าทาง Binance จะมีลักษณะเป็นเหมือนกับ frontrunner ในตลาดทันที และแม้ว่านี่จะเป็นเพียงข้อกล่าวหาในขณะนี้ แต่รายงานก็เผยว่าหากมีการสืบสวนสอบสวนแล้วพบว่ามีมูลจริง ตลาดคริปโตนั้นก็จะได้รับผลกระทบอย่างมาก

Binance นั้นถือเป็นเว็บผู้ให้บริการด้านกระดานเทรดอันดับต้น ๆ ของโลก อีกทั้งยังเป็นเว็บที่นักเทรดเหรียญ altcoin เลือกเป็นอันดับต้น ๆ โดยหาก Binance ถูกเข้าตรวจค้นและสืบสวนสอบสวนเพราะข้อกล่าวหานี้จริง สิ่งดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อราคาของ altcoin ในตลาดอย่างรุนแรง โดยรายงานกล่าวว่า

“ความเสี่ยงนี้ส่งผลทำให้มีอัตราพรีเมียมในการเปิดเว็บเทรด crypto-to-fiat มากกว่า crypto-to-crypto และรวมถึงการเทรด altcoin ต่อ bitcoin เนื่องจากว่า Binance นั้นถือเป็นแหล่งในการเทรด altcoin”

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะได้รับอานิสงจากคดีความดังกล่าวนั้นก็คือเว็บเทรดบน DeFi หรือ decentralized exchange นั่นเอง เนื่องจากว่านักเทรดนั้นจะพยายามหนีออกมาจาก Binance เพื่อไปใช้เว็บเทรดแบบ decentralized เพื่อหลีกเลี่ยง FUD หรือความไม่แน่นอนและความไม่สบายใจที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย

เมื่อไม่นานมานี้เว็บกระดานเทรดชื่อดัง OKEx ได้ออกมาประกาศปิดให้บริการถอนเหรียญออกจากเว็บ เพราะมีปัญหาเรื่องผู้ถือ key ถูกตำรวจจับตัวไป และรวมถึงเว็บกระดานเทรด Bitcoin แบบฟิวเจอร์ BitMEX ที่ถูกรัฐบาลสหรัฐฯฟ้องร้องจนเป็นคดีอยู่ในขณะนี้ และรวมถึงเว็บ KUCoin ที่ถูกแฮ็คอีกด้วย อันที่จริงแล้ว Binance นั้นกลายเป็นเหยื่อที่ถูกแฮ็คเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2019 ที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

ท้ายสุดแล้วนั้น แม้ว่าข่าวดังกล่าวจะดูเหมือนเป็น FUD ที่ออกมาเพื่อทุบราคาในตลาด แต่ราคาของ Bitcoin ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นได้พุ่งไปทำจุดสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ 14,100 ดอลลาร์เลยทีเดียว และห่างไกลจากจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 20,000 เพียงแค่เอื้อมเท่านั้น ซึ่งนักเทรดก็ต้องรอดูกันต่อไป