ราคา Bitcoin จะพุ่งแตะ 20,000 ดอลลาร์ในอีก 3 เดือนได้หรือไม่?

ราคาของ Bitcoin นั้นดูเหมือนว่าจะยังคงอยู่ในช่วงสะสมตัวในกรอบแคบ ๆ อยู่ในขณะนี้ แต่ในขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญก็คาดการณ์ว่าราคานั้นอาจจะพุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์เก่าอย่างรุนแรงเลยทีเดียว อ้างอิงจากผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Bitazu Capital นาย Mohit Sorout

หากลองดูข้อมูลของเหรียญโทเคนดังกล่าวตั้งแต่ตอนช่วงกลางปีที่ผ่านมา ราคาของ BTC นั้นยังคงอยู่ในกรอบแคบ ๆ ในระดับ $10,200 และ $11,800 มาตลอด โดยมีความผันผวนที่ค่อนข้างต่ำมาก

หากลองดูในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเมื่อราคาของ Bitcoin นั้นมีความนิ่งเป็นเวลานานมาก ๆ และมีกราฟที่เป็นเส้นตรง เมื่อนั้นราคาจะเกิดการ breakout ออกมาในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง โดยนาย Sorout คาดการณ์ว่าหากราคาของ Bitcoin เกิดการ breakout แล้วละก็ มันจะทะละผ่านบาเรียแนวต้านไปมากกว่าที่จะร่วงลงมาหาแนวรับ โดยเขายังคาดการณ์ว่าหากสิ่งนี้เกิดขึ้นละก็ราคาของมันนั้นมีแนวโน้มที่จะวิ่งไปหาระดับ 20,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้งหนึ่ง (จุดสูงสุดที่เคยทำไว้นั้นตอนปี 2017) ภายในระยะเวลาแค่ 3 เดือน

  • ตลาด Bitcoin เริ่มขาดแคลนคนขาย จำนวนเหรียญบนเว็บเทรดลดลงเรื่อย ๆ
    Read
    ตลาด Bitcoin เริ่มขาดแคลนคนขาย จำนวนเหรียญบนเว็บเทรดลดลงเรื่อย ๆ

ราคา Bitcoin อาจเบรคออกมาภายใน 3 เดือนนี้

ข้อมูลของช่วงระยะเวลาดังกล่าวนั้นมาจากวิเคราะห์เทรนด์และวัฎจักรราคาที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้หากลองดูให้ดีจะพบว่าราคาของ Bitcoin นั้นจะวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่เคลื่อนไหวในแนวราบมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ราคานั้นยังอยู่แค่ระดับ 9,100 ดอลลาร์ แต่หลังจากที่มันถูกซื้อขายอยู่ที่ระดับที่แคบลงเรื่อย ๆ ราคานั้นก็พุ่งทะลุแนวต้านและเพิ่มขึ้นไปถึง 32% ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 12 วันเท่านั้น

โดยหลัก ๆ นั้นเขาอธิบายถึงแนวคิดในการวิเคราะห์ดังกล่าวว่าได้มาจากการสำรวจเทรนด์ความผันผวนของราคา Bitcoin พร้อมเสริมว่า

“การวิเคราะห์ดังกล่าวนั้นมีมาจากการสำรวจดูว่าราคานั้นมักจะพุ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่งได้อย่างไร และเกิดอะไรขึ้นต่อไปหลังจากที่ความผันผวนนั้นหายไป”

นอกจากนี้ผู้สร้างโมเดลการวิเคราะห์ราคา stock-to-flow (S2F) ผู้ใช้นามแฝงว่า PlanB ดูเหมือนว่าจะมีแนวคิดที่คล้าย ๆ กัน โดยเขามองว่าสาเหตุที่ราคาของ Bitconi นั้น sideway อยู่ในกรอบแคบ ๆ ก็เพราะว่านักลงทุนสถาบันกำลังแห่เก็บของกันอยู่นั่นเอง และขาขึ้นกำลังใกล้เข้ามาในเร็ว ๆ นี้แล้ว