ราคาเหรียญ SUSHI พุ่งขึ้น 2 เท่าหลังเจ้าของที่เคยเทขายเหรียญจนหมดยก Projectให้ CEO ของ FTX ไปดูแลต่อ

Chef Nomi หรือชื่อปลอมของผู้ที่สร้างแพลตฟอร์ม defy ที่มีชื่อว่า SushiSwap ได้ออกมาประกาศโอนความเป็นเจ้าของโปรเจคของเขาไปให้ CEO ของเว็บกระดานซื้อขาย FTX นาย Sam Bankman-Fried แล้ว

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่านาย Nomi ต้องทำให้กลุ่มชุมชนนักเทรดเดือดดาลเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าเขาได้ทำการประกาศเทขายเหรียญที่เขาเสกขึ้นมาเองอย่าง SUSHI จนราคาร่วงลงกว่า 60% นอกจากนี้ผู้จัดการกลางของ SushiSwap พี่ใช้นามแฝงว่า 0xMaki ก็ได้หันหลังให้กับเขาอีกเช่นกันพร้อมกล่าวหาเขาว่าได้ทำการ exit scam (โกงแล้วหนี) แต่ภายหลังนาย Nomi ก็ได้ออกมากล่าวปฏิเสธก่อนที่จะไปเข้านอน

หลังจากที่เขาตื่นขึ้นมานั้นก็ต้องพบกับแรงแห่งความเดือดดาลของผู้คนในวงการเครื่องโตจนทำให้เขาทนไม่ไหวและต้องทำให้เขานั้นส่ง admin key ไปให้กับนาย Sam ก่อนที่จะมีการออกมาโพสต์ทวิตเตอร์โดยกล่าวว่า “Nomi กากว่ะแกมาทำร้ายกลุ่มชนแบบนี้” และ “หาก Nomi ไม่ลาออกจากตำแหน่งนั่นก็แปลว่า Sushi นั้นจบลงแล้ว”

  • ผู้สร้างเหรียญ SUSHI เทขายเหรียญของเขาจนหมดส่งผลให้ราคาร่วงกว่า 60% ผู้คนโมโห
    Read
    ผู้สร้างเหรียญ SUSHI เทขายเหรียญของเขาจนหมดส่งผลให้ราคาร่วงกว่า 60% ผู้คนโมโห

แต่หลังจากนั้นไม่นาน Nomi ก็ได้ออกมาทำการโพสต์บนทวิตเตอร์ของเขาหลังจากที่ทำการโอนความเป็นเจ้าของไปแล้วโดยกล่าวว่า “ผมหวังว่า SushiSwap จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างดีโดยที่ไม่มีผมและก็อีกครั้งหนึ่งผมไม่ได้หวังที่จะทำเรื่องที่ทำให้ทุกคนต้องเสียใจผมรู้สึกขอโทษกับการตัดสินใจของผมที่ไม่ได้เป็นไปตามที่พวกคุณคาดหวังไว้แต่ผมก็อยากจะขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ได้ต้องการที่จะโกงทุกคนไม่มีลิควิดอีปูตัวไหนที่เสียหายผมยังคงเก็บรักษาคำสัญญาของผมไว้”

ภายหลังจากที่มีการประกาศดังกล่าวขึ้นราคาของเหรียญซูชิก็ได้พุ่งอย่างรุนแรงจาก 1.24 ดอลลาร์ไปทำจุดสูงสุดที่ 3 ดอลลาร์ อ้างอิงจาก coinmarketcap แต่ผู้คนก็ยังคงสงสัยว่าเมื่อไหร่นูมิจะทำการคืนเงินที่เขาทำการเทขายจำนวน 12 ล้านดอลลาร์กลับมา

นาย Andre Cronje ผู้ก่อตั้งบริษัท yEarn ได้ออกมาทวีตว่า “คุณกำลังจะหนีออกจากโปรเจคแล้วเหรอถ้าเป็นเช่นนั้นคุณจะให้เงินคืนกับนักพัฒนาหรือไม่สิ่งที่คุณทำมานั้นก็แค่ส่งต่อเหรียญที่ถูกสร้างอยู่บน UniswapProtocol ไม่ใช่ว่าเงินที่ได้รับไปนั้นควรจะนำไปใช้เพื่อพัฒนา project ต่อเหรอคุณไม่ใช่ developer เหรอ?”