มูลค่าตลาดของ Stablecoins เติบโตเพิ่มขึ้นจาก 0 ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ภายใน 6 ปี

Tether ซึ่งเป็นราชาแห่งเหรียญ Stable coin ทั้งปวงมีอุปทานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นกว่า 100% นับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 จาก 4.1 พันล้านดอลลาร์ไปเป็น 9.2 พันล้านดอลลาร์ ในทำนองเดียวกันในปี 2019 Tether ก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 100% เช่นเดียวกัน  โดยรวมแล้วความต้องการของเหรียญ Stable coin เหล่านี้ดูเหมือนว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณและตอนนี้มูลค่าตลาดรวมก็เพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 1 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่น่าประทับใจอย่างมาก เมื่อพิจารณาว่ามันไม่เคยมีตลาด Stable coin มาเลยจนกระทั่งปี 2014 เมื่อ Tether เปิดตัวขึ้น ดังนั้นตลาดนี้จึงเพิ่งมีอายุเพียงแค่หกปีเท่านั้น และในบทความนี้เราจะมาอธิบายว่าทำไมพวกมันถึงได้รับความนิยมและพวกมันถึงมีแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไป

ก่อนอื่นเลยนี่คือสถิติบางอย่างเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของตลาด Stable coin ที่มีเหรียญ Tether เป็นผู้นำและมีมูลค่าตลาดโดยรวมกว่า 9.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตามมาด้วยเหรียญ USD Coin ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองในตลาดโดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 0.73 พันล้านดอลลาร์ และ Paxos Standard ที่ 0.25 พันล้านดอลลาร์ , Binance ที่ 0.16 พันล้านดอลลาร์  , True USD  ที่ 0.14 พันล้านดอลลาร์ , Dai ที่ 0.13 พันล้านดอลลาร์ , HUSD ที่ 0.12 พันล้านดอลลาร์ และ sUSD ที่ 0.01 พันล้านดอลลาร์ ตามลำดับ

  • รัฐบาลจีนเสนอสร้างเหรียญ Stablecoin สำหรับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกแล้ว
    Read
    รัฐบาลจีนเสนอสร้างเหรียญ Stablecoin สำหรับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกแล้ว

เหรียญ Stable coin เหล่านี้มีมูลค่าตลาดรวมกันสูงกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น 4% ของมูลค่าตลาดคริปโตทั้งหมด

วิวัฒนาการของเหรียญ Stable coin สามารถมองเห็นได้จากกราฟของ Messari ซึ่งตลาดทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั่นถูกเฝ้าติดตามอยู่ตลอดเวลา เราจะเห็นได้ว่าตลาดของ Stable coin เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นับตั้งแต่เดือนมีนาคมของปีนี้และมันก็ได้พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้นมาโดยที่ไม่ชะลอตัวลงเลยแม้แต่น้อย

ดูเหมือนว่าช่วงเวลาของการเพิ่มขึ้นในครั้งนี้จะเกิดขึ้นพร้อมกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ทำให้เศรษฐกิจโลกเกิดการล่มสลาย

ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างมากว่า กระแสเงินล่าสุดจะมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับการล่มสลายทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจโลกอาจผลักดันเหรียญ Stable Coin มีการใช้งานเพิ่มมากขึ้น แต่นี่เป็นเพียงแค่ทฤษฏีเท่านั้น

สกุลเงินเฟียตทั่วโลกกำลังอ่อนตัวลง ซึ่งเราจะเห็นได้จากสกุลเงินเฟียตในเลบานอนและเวเนซุเอลาที่ลดลงจนกลายเป็นสกุลเงินที่ล่มสลาย และธนาคารบางแห่งทั่วโลกก็กำลังล้มละลาย บางทีการใช้งาน Stable coin ที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นเพราะประชาชนส่วนใหญ่กำลังมองหาหลุมหลบภัยจากการลดลงของค่าเงินเฟียตและธนาคารที่กำลังล้มละลายอยู่ก็เป็นได้

ความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ นักลงทุนเพียงแค่กระโดดเข้ามาสู่พื้นที่คริปโตในอัตราที่เร็วกว่าเดิมเท่านั้นและพวกเขากำลังซื้อ Stable coin เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการซื้อ Bitcoin ในราคาที่เหมาะสม การลงทุนในคริปโตที่เพิ่มขึ้นนั่นอาจเป็นผลพ่วงมาจากเหตุการณ์ Halving ในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่คาดว่า ราคาจะปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้การลงทุนในสินทรัพย์คริปโตอาจเกิดขึ้นจาก นักลงทุนที่กำลังมองหาหลุมหลบภัยเพื่อซ่อนตัวจากพายุทางเศรษฐกิจ

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การใช้งานเหรียญ Stable coin เพิ่มขึ้นนั่นอาจเป็นเพราะ มันใช้งานง่ายกว่าเงินสด ซึ่งปกติแล้วเงินสดจะต้องใช้เวลาหลายวันในการฝากเงินเข้าสู่กระดานเทรดและใช้เวลาอีกเป็นวันกว่าจะถอนเงินได้ สิ่งนี้ไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่นักสำหรับนักเทรดและทำให้พวกเขาไม่สามารถซื้อขายได้อย่างมืออาชีพ

ในทางตรงกันข้ามเหรียญ Stable coin สามารถฝากและถอนออกจากกระดานเทรดได้ทันทีทำให้นักเทรดและนักลงทุนมีสภาพคล่องและความคล่องตัวที่สูง ทำให้พวกเขาซื้อขายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเทรดมืออาชีพและนักเทรดรายย่อยมักเก็บเหรียญ Stable Coin ไว้ในกระดานแลกเปลี่ยนและโทเค็นเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อซื้อเหรียญคริปโตในช่วงเวลาที่พวกเขาต้องการ ซึ่งสะดวกกว่าการใช้เงินสดและต้องรอการฝากเงิน

ดังนั้นเหรียญ stable coin จึงได้เข้ามาแทนที่สกุลเงินเฟียตในพื้นที่ คริปโต เพราะว่าพวกมันช่วยเพิ่มสภาพคล่อง , ความคล่องตัวและความสะดวกสบายเมื่อทำการซื้อขาย , แลกเปลี่ยน และโทเค็นเหล่านี้สามารถสร้างความแตกต่างระหว่างผลกำไร-ขาดทุนของนักเทรดคริปโตได้อย่างเห็นได้ชัด ท้ายที่สุดมันมีแนวโน้มที่เหรียญ Stable coin จะเติบโตเพิ่มขึ้นต่อไปในระยะยาว เนื่องจากผู้ใช้คริปโตกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ 

ที่มา : bitcoinnews