ผู้ให้บริการซื้อขายคริปโต Gatehub เผยจะยังคงสนับสนุน XRP แม้ Ripple จะถูกฟ้องร้อง

แม้ว่าตอนนี้ Ripple นั้นจะเจอปัญหาถูกฟ้องร้องโดยทาง ก.ล.ต. สหรัฐฯ เกี่ยวกับการขายเหรียญ XRP โดยผิดกฎหมายหลักทรัพย์ในประเทศ จนส่งผลทำให้กระดานเทรดหลายแห่งเริ่มที่จะประกาศยกเลิกการให้การรองรับเหรียญดังกล่าวไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนั้นดูเหมือนว่า GateHub หรือผู้ให้บริการด้านการขายเหรียญ Crytocurrency จากอังกฤษนั้นได้ออกมาตัดสินใจประกาศว่าพวกเขานั้นจะยังคงให้บริการขายเหรียญ XRP ต่อไป

โดยอ้างอิงจากการประกาศของเมื่อวานนี้ ทาง GateHub นั้นกล่าวว่าพวกเขาจะไม่ทำการนำเอาเหรียญ XRP ออกจากกระดานเด็ดขาด แม้ว่าก่อนหน้านี้ทาง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) นั้นจะออกมาฟ้องร้องบริษัท Ripple ก็ตาม

  • กระทรวงการคลังอังกฤษกล่าว XRP นั้นถือเป็นเหรียญโทเคนเพื่อการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่หลักทรัพย์
    Read
    กระทรวงการคลังอังกฤษกล่าว XRP นั้นถือเป็นเหรียญโทเคนเพื่อการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่หลักทรัพย์

“โปรดทราบว่าทาง GateHub Ltd. นั้นจะยังคงให้บริการลิสต์เหรียญ XPR จนกว่าคำฟ้องร้องของทาง SEC นั้นจะถูกพิพากษาแล้ว และเราจะรอดูว่า XRP นั้นจะถูกจัดว่าเป็นหลักทรัพย์หรือไม่ หรือจนกว่าทางเราจะได้รับจดหมายให้หยุดขาย XRP จากทาง ก.ล.ต. สหรัฐฯ”

ทาง Gatehub กล่าวว่าหลังจากที่พวกเขาได้ทำการรีวิวเอกสารการฟ้องร้องต่อ Ripple ของ SEC อย่างถี่ถ้วนแล้วนั้น ทำให้พวกเขาตัดสินใจลิสต์เหรียญ XRP ให้ซื้อขายบนแพลทฟอร์มต่อไป โดยทาง Gatehub ยังมีมุมมองที่ดีต่อเหรียญ XRP อีกด้วย โดยพวกเขากล่าวว่าทาง Ripple นั้นมีความมั่นใจอย่างมากว่า XRP นั้นไม่ใช่หลักทรัพย์

“พวกเราไม่เคยเชื่อว่า XRP นั้นเป็นหลักทรัพย์ภายใต้ Howey test ในสหรัฐฯ และพวกเรามอง XRP ว่าเป็น utility token ที่มูลค่าของมันนั้นขึ้นอยู่กับการที่เหรียญถูกนำไปใช้เพื่อแลกเปลี่ยนเงินระหว่างประเทศหรือเพื่อการจ่ายเงิน อีกทั้งพวกเรายังไม่เคยเห็นการกระทำที่ผิดในตลาดของทาง Ripple Labs หรือผู้บริหารเลย”

นอกจากนี้พวกเขายังกล่าวเสริมอีกด้วยว่าทาง Ripple นั้นควรที่จะได้รับการบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง หากทางรัฐบาลสหรัฐฯ สามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่า Ripple และผู้บริหารอีกสองคนนั้นฉ้อโกงนักลงทุนจริง ๆ แต่นั่นถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงมากกว่าการฟ้องเกี่ยวกับ XRP เป็นหลักทรัพย์อย่างมาก กล่าวโดย Gatehub พร้อมเสริมว่าการกระทำดังกล่าวนี้อาจมีผลลัพธ์ที่ย่ำแย่สำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย


ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าการขึ้นศาลเพื่อไต่สวนในเดือนหน้านี้จะมีผลออกมาอย่างไร