ผู้เชี่ยวชาญเผยถึงทางรอดทางเดียวของ XRP ที่จะสามารถมีตัวตนอยู่ต่อได้โดยไม่มีปัญหากับ SEC

การฟ้องร้องของทาง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) นั้นได้ทำให้ตลาดเหรียญ XRP ทั่วโลกต้องสั่นคลอนมาตั้งแต่ตอนช่วงวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยราคาของเหรียญดังกล่าวนั้นได้ร่วงลงอย่างรุนแรงลงไปแตะระดับ 0.17 ดอลลาร์เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่นักลงทุนเหรียญ XRP กำลังหวังอย่างลึก ๆ ก็คือพวกเขาอยากให้ทาง Ripple จัดการเคลียร์ปัญหาคาราคาซังที่ว่านี้กับทาง SEC ให้จบไปเลย เพื่อที่ราคาของเหรียญ XRP นั้นจะได้ลืมตาอ้าปากบ้างในอนาคต และดูเหมือนว่าหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาที่ยืนยาวและยั่งยืนนั้นก็คือการทำให้ XRP กลายเป็นหลักทรัพย์ไปเลยเสีย

หาก XRP กลายเป็นหลักทรัพย์?

โดยอ้างอิงจากทวิตเตอร์โพสต์หนึ่งของนาย Sangamesh Reddy Patil นั้น เขาได้กล่าวว่าบริษัท Ripple สามารถที่จะลิสต์เหรียญ XRP ที่มีลักษณะกลายเป็นหลักทรัพย์แบบจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วบนแพลทฟอร์มของ tZERO หรือผู้ให้บริการด้านกระดานซื้อขายเหรียญ STO หรือโทเคนที่มีหลักทรัพย์จริง ๆ มาค้ำไว้นั่นเอง

  • ผู้เชี่ยวชาญเผยถึงสาเหตุที่ XRP นั้นถือเป็นการล่มสลายที่ร้ายแรงที่สุดอันดับ 3 ของโลก
    Read
    ผู้เชี่ยวชาญเผยถึงสาเหตุที่ XRP นั้นถือเป็นการล่มสลายที่ร้ายแรงที่สุดอันดับ 3 ของโลก

แพลทฟอร์มของ tZERO นั้นเคยระดมทุนได้ตอนช่วงวันที่ 7 สิงหาคม 2018 ที่ผ่านมา ตามการรายงานของทางสยามบล็อกเชน โดยปัจจุบันนักลงทุนนั้นสามารถที่จะเข้าไปแลกเปลี่ยนซื้อขายเหรียญ STO ผ่านแพลทฟอร์มดังกล่าวได้ เพียงแต่จะต้องมีการทำ KYC ที่แน่นหน้ามากกว่าแพลทฟอร์มกระดานเทรด cryptocurrency แบบปกติเท่านั้นเอง

ซึ่งนั่นหมายความว่าหาก Ripple แพ้คดีต่อ SEC จริง ๆ พวกเขาไม่มีทางเลือกมาก นอกจากการจดทะเบียนให้ XRP กลายเป็นหลักทรัพย์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และนำมันขึ้นไปลิสต์ให้เทรดบนกระดานของ tZERO นั่นเอง


XRP อาจได้ไปอยู่บน tZERO จริง ๆ

ที่น่าสนใจก็คือ หลังจากที่ความเห็นของนาย Patil นั้นถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้มีผู้ใช้งานอีกรายหนึ่งทวีตแนะนำให้นาย Saum Noursalehi หรือ CEO ของ tZERO ว่าแพลทฟอร์ม tZERO นั้นควรที่จะลิสต์เหรียญ XRP

ภายหลังจากนั้นนาย Saum ก็ได้ออกมาตอบโต้ว่าสิ่งที่เขาแนะนำมานั้น “อยู่ใน Roadmap แล้ว!”

หรือว่านี่จะเป็นข่าวดีของ XRP ให้แฟน ๆ ได้ลุ้นกันต่อไป? แต่ที่แน่ ๆ ก็คือตอนนี้ราคาของ XRP ได้มีการฟื้นตัวขึ้นมากว่า 5% แล้ว และปี 2021 ก็กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ