ผู้ก่อตั้ง Ethereum นาย Vitalik คุยโว เตรียมขยายขนาดเครือข่ายเพิ่มอีก 100 เท่า

Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เชื่อว่าเครือข่ายใกล้ที่จะปรับขนาดได้อีกกว่า 100 เท่า ด้วย Optimism ที่คาดว่าจะปล่อยโซลูชัน Layer 2.0 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้

ในระหว่างพูดคุยบนพอดคาสต์ของนาย Tim Ferriss  นาย Buterin ตั้งข้อสังเกตว่า นักพัฒนาของ ETH2.0 กำลังมุ่งเน้นไปที่การทำงานร่วมกันกับ Ethereum และเขามั่นใจว่าโซลูชันเลเยอร์ 2.0 จะสามารถรองรับเครือข่ายได้เพียงพอจนกว่าจะมีการพัฒนา Sharding ต่อไปในอนาคต

“การโรลอัพกำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้” เขากล่าวพร้อมเสริมว่า “เรามั่นใจอย่างเต็มที่ว่าเมื่อถึงเวลาที่เราต้องการการปรับขนาดเพิ่มเติม การ Sharding ก็จะพร้อมใช้งานแล้วในช่วงเวลานั้น”

โรลอัพเป็นโซลูชันเลเยอร์แบบ 2 ชั้นที่ช่วยประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลธุรกรรมบน Sidechain ที่กำหนด ก่อนที่จะรวมกลุ่มธุรกรรมเข้าไว้ด้วยกันบนเครือข่าย Mainnet ของ Ethereum ซึ่งโซลูชันดังกล่าวนั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลดปัญหาการปรับขนาดของ Ethereum โดยเฉพาะ

ในขณะเดียวกัน ETH2.0 ก็จะพัฒนา sharding ไปพร้อม ๆ กันเพื่อให้แน่ใจว่า เครือข่ายจะมีความสามารถในการปรับขนาดเมื่อเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบ โดย Buterin เชื่อว่าการโรลอัพอย่างเดียวนั้นจะเพียงพอสำหรับในระยะกลางและสามารถขยายขนาดปริมาณการทำธุรกรรมของ Ethereum ได้เพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า


“สิ่งที่ต้องรู้ไว้ก็คือ ถ้าคุณมีโรลอัพ แต่คุณไม่มีการ Sharding คุณก็ยังมีการปรับขนาดเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า คุณยังคงมีความสามารถในการทำธุรกรรมที่ระหว่าง 1,000 ถึง 4,000 ธุรกรรมต่อวินาทีขึ้นอยู่กับว่าธุรกรรมเหล่านี้มีความซับซ้อนเพียงใด”

Buterin คาดการณ์ว่า Optimism จะเปิดตัว Ethereum Virtual Machine หรือ EVM อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะเป็นโรลอัพที่เข้ากันได้ “ในอีกประมาณหนึ่งเดือนข้างหน้า” นอกจากนี้เขายังเน้นย้ำให้เห็นถึงความคืบหน้าที่สำคัญของ Arbitrum ในการโรลอัพที่เข้ากันได้กับ EVM อีกด้วย

Buterin คาดว่าการโรลอัพของ Optimism จะได้รับการยอมรับจากผู้นำอุตสาหกรรมในภาค DeFi โดยมันจะเป็นการยกระดับแพลตฟอร์ม V3 ที่กำลังจะมาถึงของ Uniswap และคาดว่า Aave และ Synthetix จะเป็นหนึ่งในโครงการแรก ๆ ที่ริเริ่มใช้เทคโนโลยีนี้

“มันมีการโรลอัพที่ง่ายกว่านั้น ซึ่งเราสามารถประมวลผลธุรกรรมง่าย ๆ ในการแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์เช่น Loopring และ zkSync” เขากล่าวเพิ่มเติมว่า“ การโรลอัพเหล่านั้นทำงานได้อย่างเสถียรมาประมาณหนึ่งปีแล้ว ดังนั้นการโรลอัพจึงไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในการปรับขนาดบน Ethereum สำหรับผู้ใช้มาเกือบหนึ่งปีแล้ว”