นักวิเคราะห์เชื่อว่าเหรียญคริปโตของธนาคารกลางสหรัฐฯ และยุโรปจะมาทำลาย Bitcoin แต่ Ethereum จะรอด

ราคา Bitcoin นั้นได้เพิ่มขึ้นเกือบ 1,000% จากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แต่กระนั้นการเพิ่มขึ้นของราคาดังกล่าวดูเหมือนว่าจะถูกเหรียญอันดับ 2 อย่าง Ethereum แซงหน้าไปแล้ว

ราคาของ BTC นั้นได้เพิ่มขึ้นมาจากระดับต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์เมื่อปีที่ผ่านมา และพุ่งไปอยู่ที่ราว ๆ 60,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ของ Ethereum นั้นได้เพิ่มขึ้นถึง 1,200% โดยเพิ่มจากราคาที่ราว ๆ 100 ดอลลาร์นิด ๆ ไปเกือบถึง 2,000 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะได้เห็นความสำเร็จของ Bitcoin ที่มากขนาดไหนก็ตาม แต่หลาย ๆ คนก็ยังคงกลัวว่าเหรียญคริปโตของธนาคารกลาง หรือ CBDC นั้นอาจจะมาเป็นเหมือนกับ ‘คริปโตไนท์’ หรือสิ่งที่ Bitcoin กลัวและแพ้ทาง แต่สำหรับ Ethereum นั้นมันไม่ใช่ อ้างอิงจาก Forbes

“Bitcoin นั้นถือเป็น cryptocurrency ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน Ethereum นั้นมีฟีเจอร์ที่มากกว่า รวมถึงมีความยืดหยุ่นมากกว่าอีกด้วย” อ้างอิงจากรายงานของ Bank of America ที่มีชื่อว่า ‘Bitcoin’s Dirty Little Secrets’

“นอกจากนี้ Bitcoin ยังเริ่มมีความเกี่ยวพันกับสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ มันไม่ได้ถูกผูกไว้กับสภาวะเงินเฟ้อ และยังคงมีความผันผวนสูง ส่งผลทำให้มันไม่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในแง่ของตัวเก็บมูลค่าหรือการจ่ายเงิน” อ้างอิงจากนักวิเคราะห์ของธนาคารดังกล่าว พร้อมเสริมว่า “ตอนนี้ยังไม่มีเหตุผลดี ๆ ที่จะถือ Bitcoin นอกเสียจากว่าคุณจะมองว่าราคาของมันจะพุ่งขึ้น”

นอกจากนี้รายงานของ Bank of America ดังกล่าวนั้นยังได้มีการเรียกเหรียญ CBDC ว่าเป็นเหมือนกับคริปโตไนท์ในโลกคริปโตอีกด้วย แต่กล่าวว่าการมาของ decentralized finance ( DeFi) นั้นจะมาแทนที่บทบาทของธนาคารหลาย ๆ แห่งด้วยระบบ protocol ที่ทำงานอยู่บน blockchain และ protocol ส่วนใหญ่นี้ก็ทำงานอยู่บน blockchain ของ Ethereum

ปัจจุบันธนาคารกลางแห่งยุโรปกำลังตัดสินใจว่าจะทำการสร้างสกุลเงินดิจิทัลขึ้นมาเองหรือไม่ ในขณะที่ประธานของ Fed แห่งสหรัฐฯ นาย Jerome Powell เคยออกมากล่าวว่าปี 2021 นี้จะเป็นปีสำคัญที่พวกเขาจะทำการพูดคุยและหารือเกี่ยวกับการสร้างดอลลาร์ดิจิทัลในอนาคต

ที่น่าสนใจก็คือทางธนาคาร Bank of America กล่าวว่า DeFi นั้นมีอัตราการ Disrupt ที่สูงกว่า Bitcoin พร้อมเสริมว่าการเติบโตของ DeFi นั้นถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังของ Ethereum อย่างแท้จริง

ท่ามกลางการแห่พัฒนาโครงการ DeFi บนเครือข่ายของ Ethereum ส่งผลทำให้มีผู้ใช้งานแห่เข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก และทำให้ราคาของเหรียญ ETH นั้นพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

ในขณะเดียวกันนาย Ryan Watkins หรือนักวิเคราะห์จากบริษัทด้านการวิจัยคริปโต Messari ได้ออกมากล่าวในสัปดาห์นี้ โดยเขามองว่า Ethereum นั้นอาจจะแซงหน้า Bitcoin ได้ในอนาคต หากไม่ใช่ในแง่ราคา ก็เป็นในด้านความปลอดภัยของเครือข่าย

กราฟ ETHUSD จาก TradingView

“ผมคิดว่าการเปลี่ยนไปใช้งาน Ethereum 2.0 และ proof-of-stake หมายความว่า Ethereum นั้นอาจจะมีความปลอดภัยมากกว่า Bitcoin ได้จริง ๆ” กล่าวโดยนาย Watkins ในการให้สัมภาษณ์กับ Fintech Today

ในขณะเดียวกันอัลกอริทึม Proof of work ของ Bitcoin ที่จำเป็นต้องมีนักขุดมาช่วยประมวลผลทางคอมพิวเตอร์เพื่อช่วย unlock Bitcoin ใหม่ ๆ ออกมาและทำให้เครือข่ายมีความปลอดภัยนั้นดูเหมือนว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในด้านการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองอย่างมาก ในขณะเดียวกันผู้คนที่คิดว่า proof of stake ที่เปลี่ยนจากการใช้นักขุดมาเป็นผู้ถือเหรียญเพื่อทำให้เครือข่ายมีความปลอดภัยแทนนั้น อาจจะเข้ามาแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ แต่มันก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดเท่าไรนักว่า proof of stake จะสามารถ scale ระบบอย่างมีประสิทธิภาพได้มากขนาดไหน

ในส่วนขั้นตอนของการอัพเกรด Ethereum 2.0 ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว นั่นหมายความว่าในเดือนกรกฎาคมนี้เราจะได้เห็นการเผาเหรียญทิ้งเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นการลดจำนวน supply ของเหรียญในเครือข่ายลงอีก

“วิธีที่ Ethereum กลายมาเป็นเงินได้นั้น ไม่ใช่เพราะมันถูกหลาย ๆ ประเทศปรับตัวใช้ในด้านการเป็นสกุลเงิน แต่มันเป็นเงินได้เพราะว่ามันสร้างระบบเศรษฐกิจของมันขึ้นมาเอง” กล่าวโดยนาย Watkins