นักลงทุน Uber และ Robinhood กล่าวว่า 99% ของเหรียญคริปโตนั้นเป็น “ขยะ”

เมื่อปี 2017 และปี 2018 นั้นนักลงทุนนับพันรายต่างก็พยายามที่จะเปิดตัวเหรียญคริปโตเป็นของตัวเองเพื่อที่จะทำกำไรเหมือนกับที่อื่นๆเคยทำและประสบความสำเร็จมาแล้ว แต่เนื่องจากกระแสดังกล่าวมีความรุนแรงมากส่งผลทำให้ในขณะนั้นมีเหรียญคริปโตใหม่มากกว่า 5,000 เหรียญบนกระดาน Coinmarketcap และดูเหมือนว่าจะมีเหรียญนับหลายพันเหรียญที่ล้มเหลว

และมันก็ไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยที่เดียวถ้าหากจะมีผู้คนมองเหรียญเหล่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นมาตามกระแสว่าเป็นของไร้ค่า โดยหนึ่งในนักลงทุนสาย venture capital ได้ออกมากล่าวว่า 99% ของโปรเจคเหรียญคริปโตเหล่านั้นก็ไม่ต่างจาก “ขยะ”

เหรียญคริปโตส่วนใหญ่เป็นเหมือน ”ขยะ”

นาย Jason Calacanis ผู้ที่เป็นนักเขียน, และนักลงทุนสาย venture capitalist โดยหากคุณเป็นผู้ที่อยู่ในวงการ startup มานานคุณจะรู้ว่าเขาเป็นนักลงทุนในบริษัทชื่อดังอย่าง Robinhood, Uber และ Trello

  • TenX ประกาศยุติให้บริการใช้บัตรเดบิต Bitcoin หลัง Wirecard ประกาศล้มละลาย
    Read

นอกจากนี้เขายังให้ความสนใจในตลาดคริปโตอีกด้วย

โดยเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมาเขาได้มองตลาด bitcoin ว่ามันมีแนวโน้มที่จะเป็นขาลง และราคาอาจร่วงลงเหลือแค่ 500 ดอลลาร์ แต่กระนั้นนักลงทุนคนดังกล่าวก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดของเขาในภายหลัง โดยเขาให้สัมภาษณ์กับนาย Anthony Pompliano ว่าเขานั้นกำลังเตรียมพร้อมที่จะมาลงทุนใน BTC

 แต่ความคิดของนาย Calacanis ที่มีต่อเหรียญ altcoin นั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยเขาได้ออกมาแสดงความเห็นผ่าน Twitter ในช่วงคืนที่ผ่านมาว่า

“หากดูในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา  99% ของ Project เหรียญคริปโตนั้นเป็นขยะ และถูก Run โดยเจ้าพวกคนโง่ที่ไม่ได้ผ่านการคัดกรอง, เป็นพวกผู้ก่อตั้งหรือพวกคนโกงที่มีสติปัญญาที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย…แต่อีก 1% มันไม่ใช่ และมันสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้ ผมกำลังรอคอยการมาของ 1% นั้นเพื่อมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ผมสามารถนำไปคุยกับลูกค้าของพวกเขาได้”

ความเห็นดังกล่าวดูเหมือนว่าจะได้รับความเห็นด้วยโดยนาย Kevin Rose หรือผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Digg และหุ้นส่วนของบริษัท True Ventures

โดยเขาให้สัมภาษณ์กับ TechCrunch เกี่ยวกับความเห็นของเขาต่อเหรียญ altcoin ว่า 

“ปัญหาก็คือ 99% ของโครงการในตลาดและผู้คนที่อยู่เบื้องหลังโครงการเหล่านั้นต่างก็เข้ามาในตลาดโดยหวังผลกำไร และมันก็มีขยะอยู่ในนั้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ดีเพราะจะลากโปรเจคที่มีคุณภาพบางตัวให้ตกต่ำลงมาด้วย และมันทำให้วงการต้องแปดเปื้อนเล็กน้อย”

แล้วคุณล่ะเห็นด้วยกับความเห็นของนักวิเคราะห์ทั้งสองนี้หรือไม่