ธนาคารยักษ์ใหญ่ Goldman Sachs คาดการณ์จะมีผู้ใช้งานเหรียญหยวนดิจิทัลแตะ 1 พันล้านคนในอีก 10 ปี

ดิจิทัลหยวน

ดิจิทัลหยวน หรือเหรียญคริปโตของรัฐบาลจีนนั้นมีการคาดการณ์ว่าจะถูกนำไปใช้เป็นสัดส่วนราว 15% ของการทำธุรกรรมเพื่ออุปโภคบริโภคทั้งหมดในอีก 10 ปี โดยจะถือเป็นการช่วยเหลือธนาคารยุคเก่าให้เอาตัวรอดจากวิกฤตการมาของบริษัทด้านฟินเท็คได้ อ้างอิงจากข้อมูลรายงานของ Goldman Sachs เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

เหรียญ DC/EP ที่ย่อมาจาก Digital Currency Electronic Payment หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่าหยวนดิจิทัลนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นที่น่าดึงดูดในด้านการใช้งานมากกว่าบริการด้านการจ่ายเงินทางดิจิทัลที่บริษัทด้านฟินเท็คอื่น ๆ ให้บริการ อ้างอิงจากรายงานของทาง Goldman Sachs โดยรายงานเผยว่าเหรียญดังกล่าวจะมีฟังค์ชันในด้านความเป็นส่วนตัวที่แยกออกมาจากบัญชีธนาคารและ wallet ของเหรียญหยวนดิจิทัล, รวมถึงการจ่ายเงินแบบ offline และการเชื่อมต่อกับตัวเลือกด้านการจ่ายเงินอื่น ๆ ที่ทำให้เหรียญตัวนี้ประสบความสำเร็จได้

“ในอีก 10 ปีพวกเราคาดการณ์ว่าเหรียญ DC/EP นั้นจะมีผู้ใช้งานที่ 1 พันล้านคน, จะมีการออกเหรียญมามูลค่ารวม 1.6 ล้านล้านหยวน (6.9 ล้านล้านบาท), มียอดการใช้จ่ายทั้งหมดรวมกันที่ 19 ล้านล้านหยวน และจะคิดเป็นประมาณ 15% ของจำนวนการทำธุรกรรมจ่ายเงินเพื่อการบริโภคอุปโภค”

  • ธนาคารยักษ์ใหญ่ในจีนเปิดให้ผู้ใช้งานลงทะเบียนใช้เหรียญคริปโตดิจิทัลหยวนแล้ว
    Read
    ธนาคารยักษ์ใหญ่ในจีนเปิดให้ผู้ใช้งานลงทะเบียนใช้เหรียญคริปโตดิจิทัลหยวนแล้ว

ทาง Goldman Sachs ใช้คำว่าการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภค หมายถึงธุรกรรมที่ผู้ใช้งานในจีนทำผ่านแพลทฟอร์มดิจิทัล ซึ่งถือเป็นวงการที่ทางบริษัทด้านฟินเท็คและธนาคารกำลังแข่งขันกันอยู่อย่างดุเดือดในขณะนี้

“ธุรกรรมด้านการอุปโภคนั้นถือเป็นแหล่งรายได้หลัก ๆ สำหรับผู้ให้บริการด้านการจ่ายเงินแบบบุคคลที่ 3 (3PP) เนื่องจากว่ามันมีเรทในการทำธุรกรรมที่สูงกว่า ดังนั้นธุรกรรมด้านอุปโภคนั้นจึงถูกมองว่าเป็น ‘ระบบการจ่ายเงินโดยสถาบันการเงิน’ อ้างอิงจากรายงาน”

ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนนั้นได้ออกมาประกาศเปิดตัวเหรียญหยวนดิจิทัลของพวกเขาเพื่อให้ประชาชนในบางเมืองนั้นทดลองใช้นำไปเพื่อซื้อสินค้าแทนเงินจริงได้ หลังจากที่พวกเขานั้นซุ่มพัฒนาเหรียญของตัวเองมาเป็นเวลานานนับปี

ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าในอีก 10 ปีข้างหน้านั้นโลกของเราจะเข้าสู่ยุคของดิจิทัลจริง ๆ หรือไม่ และทุก ๆ ประเทศทั่วโลกนั้นจะมีเหรียญคริปโตเป็นของตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือไม่