ดัชนีความเกี่ยวข้องระหว่างตลาด Bitcoin และทองคำทำจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี ส่งผลด้านบวก

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Skew เผยให้เห็นว่าดัชนีคาวมเกี่ยวข้องกันระหว่าง Bitcoin และทองคำนั้นได้พุ่งแตะจุดสูงสุดในรอบ 1 ปีแล้ว

ในช่วงเดือนมีนาคมและกรกฎาคมที่ผ่านมา เราได้เห็นตลาด Bitcoin ที่มีความเกี่ยวข้องกับตลาดหุ้น S&P 500 และตลาดหุ้นสหรัฐฯ อื่น ๆ

ความเกี่ยวข้องกันระหว่างตลาด Bitcoin และทองคำที่สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจบ่งบอกได้ว่ามีนักลงทุนเป็นจำนวนมากที่มอง BTC ว่าเป็นตัวเก็บมูลค่าเหมือนกับทองคำแล้ว

  • สัดส่วนผู้ใช้ Bitcoin ทั้งหมดทั่วโลกตอนนี้เท่ากับจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปี 1995
    Read
    สัดส่วนผู้ใช้ Bitcoin ทั้งหมดทั่วโลกตอนนี้เท่ากับจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปี 1995

ผู้เชี่ยวชาญในวงการกล่าว Bitcoin เป็นตัวเก็บมูลค่าที่ดีกว่าทองคำ

อารมณ์ความรู้สึกต่อทองคำของบริษัทด้านการลงทุนและ hedge funds นั้นดูเหมือนว่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพวกเขาต่างก็แห่กันมาถือเจ้าแร่สีเหลืองนี้เพื่อเอาตัวรอดจากภาวะเงินเฟ้อ

ก่อนหน้านี้ทองคำนั้นถูกใช้เพื่อเป็นตัวเก็บมูลค่า และสินทรัพย์ปลอดภัยในอดีต เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการสูญเสียมูลค่าของเงินสด

มูลค่าของทองคำนั้นดูเหมือนว่าจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นไปทีละเล็กน้อย จนกระทั่งมันสามารถเอาชนะสินทรัพย์อื่น ๆ ได้ในตลอดปี 2020 นี้

ขาขึ้นของทองคำและ Bitcoin ที่วิ่งขึ้นไปพร้อม ๆ กันนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นผลดีต่อ BTC อีกทั้งความเกี่ยวข้องระหว่างสินทรัพย์ทั้งสองตัวนี้ดูเหมือนว่าจะได้รับคำชมจากนักลงทุนสถาบันอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าบริษัทมหาชนยักษ์ใหญ่อย่าง MicroStrategy ได้ออกมาซื้อ Bitcoin มูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท โดยหลังจากที่พวกเขาได้ทำการเข้าศื้อไปนั้น โวลุมการซื้อขายของ Bakkt หรือเว็บกระดานเทรด Bitcoin แบบฟิวเจอร์แบบถูกกฎหมายในสหรัฐฯก็ได้พุ่งทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ทันที

ความต้องการในตัว Bitcoin ของนักลงทุนสถาบัน ประกอบกับความเกี่ยวข้องกันระหว่าง BTC กับทองคำนั้น ดูเหมือนว่าจะทำให้มันมีสถานะเป็นบวกไปอีกพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว

สองพี่น้อง Winklevoss กล่าว Bitcoin จะสามารถเอาชนะทองคำได้ในท้ายสุด

นาย Tyler Winklevoss ผู้เคยฟ้องรอง Facebook ข้อหาขโมยไอเดีย และนำเงินที่ได้จากการชนะคดีมาเปิดเว็บเทรด Gemini ได้ออกมากล่าวว่า Bitcoin นั้นจะสามารถเอาชนะทองคำได้ในท้ายสุด

Bitcoin นั้นยังเป็นสินทรัพย์ที่ยังใหม่อยู่ ซึ่งต่างจากทองคำที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานแล้ว จึงทำให้มันได้เปรียบในด้านความน่าเชื่อถือ แต่ในระยะยาวนั้น Winklevoss กล่าวว่า BTC จะกลายมาเป็นสินทรัพย์ที่ทุกคนต่างก็ให้การเชื่อถือ โดยเขากล่าวว่า

“มันจริงอยู่ที่ทองคำนั้นได้เริ่มต้นมาก่อนหลายศตวรรษ และมีรากฐานความไว้ใจที่แข็งแกร่งมาก ดังนั้นมันจึงเป็นตัวเลือกในการป้องกันความเสี่ยงในระยะสั้น แต่สำหรับ Bitcoin ที่ยังใหม่อยู่ และยังมีความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี และรวมถึงการเมืองอีกด้วย แต่กระนั้นพวกเราเชื่อว่า Bitcoin นั้นจะยังคงกลืนกินทองคำไปเรื่อย ๆ และเรื่องราวนี้ก็จะเป็นแบบนี้ไปอีก 1 ทศวรรษ”

การที่ Bitcoin จะยังคงอยู่บนเทรนด์ที่เป็นด้านบวกได้นั้น มันจำเป็นที่จะต้องมีรากฐานที่ดีในการรับรอง และจะต้องมีการพัฒนาระบบของมันให้ดีอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ตลาด Bitcoin และ cryptocurrency นั้นได้เติบโตอย่างมาก รวมถึงกฎหมายที่ออกมากำกับมันอีกด้วย

ซึ่งหากลองมองย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ตอนที่มันยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก และมักจะถูกมองว่าเป็นเงินในเกม หรือแชร์ลูกโซ่ จนกระทั่งมาถึงตอนนี้ ตอนที่มันได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนสถาบัน จนถึงขั้นต้องมีการเปิดตลาดเพื่อรองรับมันโดยเฉพาะ บ่งบอกว่า Bitcoin นั้นได้มาไกลอย่างมาก