ชายคนหนึ่งถูกจับกุมข้อหานำเอาเงินกู้ฉุกเฉินโควิดมูลค่ากว่า 30 ล้านบาทไปซื้อ Bitcoin

กระทรวงยุติธรรมแห่งประเทศสหรัฐ (DOJ) ได้สั่งจับกุมพลเมือง Houston ในข้อหาฉ้อโกงหลอกเอาเงินกู้ฉุกเฉินของรัฐบาลที่ชื่อว่า Paycheck Protection Program (PPP) เพื่อไปใช้ซื้อเหรียญคริปโตเคอเรนซี่

คนร้ายหลอกเอาเงินกู้ PPP โดยการหลอกว่าตัวเองมีอยู่ 2 บริษัท

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สื่อ Times Record News ได้รายงานว่านาย Joshua Thomas Argires อายุ 29 ปีได้ถูกจับกุมถ่ายใต้คำสั่งของกระทรวง DOJ เนื่องจากว่าทำการฉ้อโกงเพื่อหลอกเอาเงินกู้ PPP มูลค่า 1.1 ล้านดอลลาร์ (34 ล้านบาท) เพื่อนำไปใช้ซื้อ bitcoin และคริปโตเคอเรนซี่

เงินกู้ PPP นั้นถือเป็นโปรแกรมที่ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยรัฐบาลสหรัฐโดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นเงินกู้ฉุกเฉินให้กับบริษัทเล็กๆในประเทศที่กำลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจ และเพื่อช่วยให้บริษัทเหล่านั้นสามารถเอาตัวรอดได้ในวิกฤตเหล่านั้น โดยปัจจุบันมีการประเมินมูลค่าโดยรวมของเงินกู้เหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 6.69 แสนล้านดอลลาร์

  • ประชาชนชาวออสเตรเลียจำนวน 350,000 รายกำลังได้รับจดหมายแจ้งเตือนเกี่ยวกับภาษี
    Read

ทาง DOJ กล่าวหาว่านาย Argies ได้หลอกลวงต่อรัฐบาลและสถาบันการเงิน, ปลอมแปลงการทำธุรกรรมธนาคาร และทำธุรกรรมด้านการเงินที่ผิดกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้เขาได้ยื่นขอเงินกู้ PPP ภายใต้ชื่อของบริษัท 2 บริษัท โดยบริษัทแรกมีชื่อว่า Texas Barbecue ส่วนอีกบริษัทหนึ่งชื่อว่า Houston Landscaping โดยเขาหลอกลวงทางรัฐบาลว่าทั้ง 2 บริษัทนี้มีพนักงานเป็นจำนวนมากและมีต้นทุนที่จะต้องจ่ายค่อนข้างสูง

ใช้เงินกู้ที่ได้มาเพื่อไปซื้อ bitcoin

เอกสารที่เกี่ยวกับคดีความดังกล่าวเผยว่าบริษัททั้ง 2 บริษัทไม่มีพนักงานและต้นทุนที่ต้องจ่ายอยู่จริงตามที่นาย Argires กล่าวอ้าง โดยผู้ต้องสงสัยได้นำเอาเงินกู้ดังกล่าวไปแต่ไม่ได้นำไปใช้จ่ายให้กับพนักงานจริงๆ

นอกจากนี้เอกสารยังกล่าวว่าเงินกู้ที่เขาได้ไปในนามของบริษัท Texas Barbeque ถูกนำไปใช้ลงทุนในเหรียญคริปโตเคอเรนซี่ ส่วนเงินกู้ที่ได้ไปภายใต้ชื่อบริษัท Houston Landscaping ถูกนำไปฝากไว้ในบัญชีธนาคารและถอนออกมาผ่านตู้ ATM

 ตามกฎหมายในประเทศสหรัฐบริษัทที่ได้รับเงินกู้ PPP ไปแล้วจะต้องใช้มันให้ตรงตามจุดประสงค์ที่ทางรัฐบาลระบุไว้ โดยทางบริษัทเรานั้นจะต้องนำไปใช้เพื่อจ่ายค่าต้นทุนหรือค่าเช่า Office ต่างๆ  อีกทั้งยังกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าบริษัทที่ได้รับเงินกู้ดังกล่าวไปจะต้องไม่นำมันไปใช้เพื่อลงทุน หากนำมันไปใช้อย่างถูกต้องแล้วก็จะไม่มีการคิดดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตามเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงแค่การกล่าวหาเท่านั้นซึ่งเขาจะต้องเข้าไปพิสูจน์ตัวเองในชั้นศาลต่อไป